ทลายแก๊งเยาวชนลักจยย. แกะรอยจีพีเอสใต้เบาะ ยึดคืน10คัน

20.12.17 | 15:43 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่สน.คันนายาว พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงศ์จารุ พฤติธรรมกุล รอง ผกก.สกพ. ปฏิบัติหน้าที่สืบสวน พ.ต.ท. พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.คันนายาว ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา6คน ตระเวนออกโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมรถจักรยานยนต์10 คัน หมวกนิรภัย 4 ใบ และเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ 2 ตัว

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ารถจักรยานยนต์หายไป จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทราบว่ามีเหตุรถจักรยานยนต์ล้มมีผู้ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าหมู่บ้านชลลดา แขวงและเขตคันนายาว โดยรถที่ประสบอุบัติเหตุมีลักษณะใกล้เคียงกับรถคนร้าย จึงไปตรวจสอบพบว่า รถคันดังกล่าวมีลักษณะตรงกับรถที่ใช้ในการก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่มาแจ้ง ต่อมาคนเจ็บถูกนำส่งรพ.นพรัตน์ราชธานี เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาเป็นเยาวชน 3 คน เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่าร่วมกันก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจริง เจ้าหน้าที่จึงขยายผลไปตรวจสอบที่บ้านพักย่านอ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งเพิ่มเติมอีก 2 คน พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รับว่าลักมาอีก4คัน พร้อมแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์3แผ่น เป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถของกลาง 2 แผ่น ส่วนอีก1แผ่นอยู่ระหว่างการติดต่อเจ้าของแผ่นป้ายทะเบียน

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหารับว่าเป็นแก๊งหมู่บ้านพัชรินทร์ ลำลูกกาคลอง 6 จ.ปทุมธานี มักก่อเหตุพร้อมกันทั้ง 5 คน ตามหอพัก อพาร์ตเมนต์ นอกพื้นที่ที่พักอาศัย เพราะประชาชนแถวนั้นจะจำหน้าได้ ทำมาประมาณ1เดือน รถจักรยานยนต์ที่ได้จะนำไปขายคันละ3,000บาท นำเงินที่ได้ไปเที่ยวเตร่ ที่ผ่านมาตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สน.คันนายาว 2 คัน สน.สายไหม 1 คัน สน.นิมิตรใหม่ 3 คัน สน.ดินแดง 1 คัน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 1 คัน นอกจากนี้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น MSX สีขาว-ดำ ทะเบียน 1 กพ-4716 ระยอง และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น สกูปปี้ไอ สีขาวฟ้า ทะเบียน จฉฟ 238 ชลบุรี อยู่ระหว่างตรวจสอบหาผู้ครอบครอง โดยผู้ต้องหายังรับสารภาพอีกว่าขายรถให้นายทุนชื่อโจ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อายุ 20 ปี ไปก่อนแล้ว 3 คัน โดยมีการติดต่อซื้อขายผ่านทางเฟซบุ๊ก

Advertisement

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวด้วยว่า ต่อมาผู้เสียหายไม่ประสงค์ออกนามทราบข่าวว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาตระเวนลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สน.คันนายาว และพื้นที่ใกล้เคียงถูกจับดำเนินคดีจึงเดินทางมาดูรถของกลาง ปรากฏว่ายังไม่พบรถจักรยานยนต์ของตน สอบถามผู้ต้องหาทั้ง 5 คน สารภาพอีกว่าร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไปจริง โดยได้ขายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวให้นายโจไปแล้ว ทั้งนี้ผู้เสียหายได้ติดตั้งเครื่องติดตามสัญญาณ GPS ซ่อนไว้ใต้เบาะรถ ชุดจับกุมได้แกะรอยจนพบรถที่อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ต่อมาวันที่ 18 ธันวาคม พบรถที่หายไปน่าเชื่อว่ามีการนำไปซุกซ่อนไว้ที่อพาร์ตเมนต์ ฟลอราเพลส ซอยสรงประภา 4 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง จึงไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว จนสามารถจับกุมนายโจ ได้พร้อมของกลาง

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า ฝากเตือนบิดา มารดา ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน อย่าให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำความผิด เพราะมีกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ 3.บังคับขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด อาจจะมีโทษตาม มาตรา 78 ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน3หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจร กับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอายุ 15-17 ปี จำนวน 5 คน ส่วนนายโจ ผู้ต้องหาที่ 6 เป็นผู้รับซื้อรถเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ หรือรับของโจร