“คุมตัวไอ้เก่ง”ทำแผนฆ่าหมอปอ-แฉฆ่าเพราะอยากล้มงานแต่งเหตุมีคนใหม่

20.12.17 | 17:58 น.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 20 ธันวาคม 2560 ที่ รพ.สต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.วิมล พิทักษ์บูรพา รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.ท่าแซะ และเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ภ.จว.ชุมพร ตำรวจ สภ.สลุย ประมาณ 20 นาย ร่วมกันควบคุมตัว นายรณชัย ปานชาติ หรือ เก่ง ว่าที่เจ้าบ่าวของ น.ส.นนทิญา ครัวจัตุรัส หรือ “หมอปอ” อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุข รพ.สต.สลุย ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในวันที่ 24 ธันวาคม 2560 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดีใช้อาวุธปืนยิง น.ส.นนทิญาจนเสียชีวิต เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 19 ธันวาคม 2560 หลังจากนายรณชัยถูกเชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยลำดับแรกอย่างเคร่งเครียดตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 19 ธันวาคม 2560 และในที่สุดนายรณชัยยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าว่าที่เจ้าสาวของตนด้วยตนเองเมื่อกลางดึกคืนวันเดียวกัน โดยมี พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ พานิชศิลป์ ผกก.สภ.สลุย นายประยูร แดงสกล ผู้ช่วยสาธารณสุขจังหวัดชุมพร นายพิสูจน์ พิโสรมย์ สาธารณสุขอำเภอท่าแซะ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของ น.ส.นนทิญา และเพื่อนร่วมงานของผู้ตายรอให้การต้อนรับ และประชาชนที่ทราบข่าวมารอดูการทำแผนตั้งแต่เวลา 08.00 น.กว่า 400 คนที่ต่างร้องตะโกนสาปแช่งผู้ต้องหาด้วยถ้อยคำรุนแรง โดยมีกำลังตำรวจ ทหาร อปพร.กว่า 50 นายคอยดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่อป้องกันหากมีเหตุรุมประชาทัณฑ์

การทำแผนเริ่มต้นจาก นายรณชัยแอบเข้าไปยังบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านหลัง รพ.สต.สลุย ก่อนสับสะพานไฟของห้องพัก และใช้มือหันกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักไปทางอื่น จากนั้นจึงใช้ไขควงงัดหน้าต่างชั้นล่าง แล้วหยิบเก้าอี้พลาสติกมาวางเพื่อปีนเข้าไปในห้องพัก เปิดลิ้นชักโต๊ะข้างบันไดเพื่อรื้อค้นทรัพย์สินและสมุดบัญชีเงินฝาก ก่อนขึ้นไปในห้องนอนบนชั้น 2 เปิดประตูเข้าไปใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นจ่อยิง น.ส.นนทิญาซึ่งกำลังนอนหลับ 1 นัด ที่กลางอกจนเสียชีวิต แล้วลงมาชั้นล่างหลบหนีออกทางประตูด้านหลังของห้องพัก เมื่อเสร็จสิ้นการทำแผน ผบก.ภ.จว.ชุมพรได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายรณชัยไปฝากขังที่ สภ.สลุย เพื่อเตรียมส่งฟ้องต่อไป

พล.ต.ท.สรศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องส่วนตัวระหว่างผู้ตายกับผู้ต้องหาที่เป็นคนรักกันและมีกำหนดจะแต่งงานกันในวันที่ 24 ธันวาคม 2560 และขอขอบคุณ ผบก.ภ.จว.ชุมพร รวมทั้งตำรวจทุกนายที่ช่วยกันคลี่คลายคดีได้อย่างรวดเร็ว รวบรวมพยานหลักฐานด้วยกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ และผู้ต้องหาได้กระทำการด้วยการลุแก่โทษ ซึ่งความจริงการแก้ปัญหารักสามเส้าแบบนี้ควรมีวิธีที่ดีกว่านี้ คนที่คิดจะแต่งงานกันแล้วควรตัดสินใจให้ชัดเจน อย่ามีอะไรคาใจกันจนทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ส่วนแรงจูงใจที่ทำให้ผู้ต้องหาก่อคดีก็คือเขาไม่ต้องการแต่งงานกับผู้ตายเพราะผู้ต้องหาไปมีหญิงสาวคนใหม่ จึงตัดสินเพียงชั่ววูบเพื่อต้องการล้มเลิกการแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้น โดยมั่นใจว่าคงไม่มีใครรู้เพราะมีการอำพรางตัวในขณะก่อเหตุด้วย

“กรณีที่มีหญิงสาวคนหนึ่งขับรถมาส่งผู้ต้องหาก่อนก่อเหตุได้สั่งให้ ผบก.ภ.จว.ชุมพรรวบรวมหลักฐานและเชิญมาสอบปากคำ แม้จะไม่ได้เข้าไปร่วมก่อเหตุด้วย แต่ก็มาด้วยกัน ส่วนการที่ผู้ต้องหารื้อค้นทรัพย์สินของผู้ตายคงไม่ใช่การต้องการชิงทรัพย์ แต่เป็นการตรวจดูเงินทองที่จะใช้ในการจัดงานแต่งงานว่ามีมากน้อยแค่ไหน และอยู่ที่ใดบ้างเท่านั้น คดีนี้เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆ ที่แน่นหนาและรัดกุมจนจบสิ้นตามกระบวนการ อีกทั้งผู้ต้องหาก็รับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุด้วย ต่อจากนี้ก็คงเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพื่อส่งฟ้องให้ผู้ต้องหาได้รับโทษให้สาสมกับสิ่งได้ทำลงไปต่อไป และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองเอาไว้ก่อน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” พล.ต.ท.สรศักดิ์ กล่าว

Advertisement