หน้าแรก ในประเทศ ออกหมายจับ!!ฝ...

ออกหมายจับ!!ฝรั่งโหดฆ่า2ศพ-ด้านสาวที่คบหาเปิดใจคาดน่าจะมาจากการที่ตนตีตัวออกห่าง

20.12.17 | 22:42 น.

 

จากกรณีที่เกิดเหตุฝรั่งชาวฮอลแลนด์ โหดบุกบ้านแฟนสาว หวังทวงถามถึงความสัมพันธ์ที่เริ่มห่างเหิน และทรัพย์สินที่ให้มา แต่ไม่พบแฟนสาว พบเพียงแม่ กับน้องชาย ของแฟนสาว เกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน ฝรั่งใช้มีดพกจ้วงแทงแม่กับน้องชายของแฟนสาวหลายสิบแผลเสียชีวิตอนาถ ขณะที่ฝรั่งได้รับบาดเจ็บ เลือดสาดวิ่งหนี กว่า 200 เมตร พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล ตำรวจอายัดตัวเป็นผู้ต้องหาไว้ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่ผ่าน ที่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 บ้านโคกเมือง ต.สวาย อ.เมืองสุรินทร์

โดยผู้เสียชีวิตคือ นางน้อย สะดมสุข อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน เสียชีวิต สภาพนุ่งผ้าถุงใส่เสื้อคอกลม ถูกแทงด้วยมีด จำนวนหลายสิบแผล ที่หน้าอกและด้านข้างซี่โครง นอนจมกองเลือด และในบริเวณห้องครัวภายในตัวบ้าน ยังพบศพ นายพัชรินทร์ สะดมสุข อายุ 30 ปี ลูกชาย สภาพศพสวมกางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อสีดำ ตามร่างกายถูกมีดแทงนับสิบแผลที่หน้าอกและด้านหลัง นอนจมกองเลือด เสียชีวิตเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 บ้านโคกเมือง ต.สวาย อ.เมืองจ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียชีวิต พบว่าญาติพี่น้องและลูกๆได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลในบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีญาติๆและชาวบ้านมาช่วยงานต่อเนื่อง และบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก ซึ่งชาวบ้านส่วนมากยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนการดำเนินคดีกับคนร้ายที่ก่อเหตุ ล่าสุด พ.ต.ท. เชษฏฐสุชา ไกรแก้วโชติรัตน์ พนักงานสอบสวนเวร สถานีตำรวจภูธรสวาย ต.สวาย อ.เมืองสุรินทร์ เจ้าของคดี กล่าวว่า ได้เรียกสอบพยานแล้วนับสิบปาก พร้อมทั้งมีการสอบปากคำนางสาวจิระชญา สะดมสุข อายุ 35 ปี ที่เคยคบหากับนายรีนี ชาวฮอลแลนด์ ผู้ที่ก่อเหตุ และกำลังส่งคราบเลือดที่พบในที่เกิดเหตุและที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าของนายรีนีไปตรวจ ดีเอ็นเอ ที่ จ.นครราชสีมา เพื่อยืนยันความชัดเจน คาดว่าจะทราบผลไม่เกิน 30 วัน และศาลได้มีการอนุมัติหมายจับนาย รีนี ในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาแล้ว ในขณะที่เจ้าตัวยังนอนพักรักษาตัวที่ รพ.จังหวัดสุรินทร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยควบคุมตัวอย่างใกล้ชิด

“ขณะนี้ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุที่ไปพบ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าสะพายเป็นเป้สีดำ ภายในเป้ก็จะมีอุปกรณ์พวกมือถือเป็นของผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีภาพถ่ายที่มีการแชทติดต่อกับลูกสาวผู้ตาย และมีรองเท้าที่มีกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ ที่เข้าไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองสุรินทร์ ก็ได้มีการนำภาพรองเท้ามาเชื่อมโยงกับที่พบในที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นอันเดียวกัน และมีพยานที่ให้การเป็นประโยชน์หลายคน เช่นมีคนเห็นว่าฝรั่งได้รับบาดเจ็บเดินไปตามถนน มีเลือดไหล มีคนพบว่านายรีนีเข้ามาหาข้อมูลก่อนจะก่อเหตุประมาณ 3 วัน โดยสอบถามว่าที่นี่ที่ไหน บ้านอะไร และมีพยานพบเห็นขณะรถจักรยานยนต์ล้มและมีบาดแผลที่ข้อมือ ซึ่งเป็นบาดแผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างมา แต่เป็นบาดแผลที่เกิดจากของมีคม”พ.ต.ท. เชษฏฐสุชา กล่าว

Advertisement

พ.ต.ท. เชษฏฐสุชา กล่าวว่า ส่วนสาเหตุหรือแรงจูงใจในเบื้องต้นนั้น อดีตแฟนที่คบหากันเป็นลูกสาวของผู้ตายและเป็นพี่สาวของผู้ตายอีกคน ซึ่งเคยคบกันและตอนนี้มาตีจากกัน ซึ่งเป็นเรื่องของทั้ง 2 ซึ่งไม่ทราบ ฝ่ายชายจะตามมาตื๊อและง้อ เลยตามมาที่บ้าน จากการที่สืบหาที่อยู่ด้วยตัวเอง ส่วนที่ลงมือยังไม่ทราบแน่ชัด และยังไม่ได้สอบปากคำผู้ต้องหา ส่วนประวัติอาชญากรรมยังไม่มีข้อมูล เพราะเป็นชาวต่างชาติ และในขณะนี้ได้ตั้งข้อหาในเบื้องต้น ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและจะมีเกี่ยวกับ พรบ.คนเข้าเมืองด้วย เพราะว่าวีซ่าหมดตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา

นางสาว จิระชญา สะดมสุข อายุ 33 ปี ลูกสาวผู้ตายและพี่สาวผู้ตาย ที่คบหากับนายรีนี กล่าวว่า ตนและนายรีนีเพิ่งได้คบหากันเพียง 2 เดือน โดยเจอกันในบาร์แห่งหนึ่งที่กรุงเทพมหานคร และติดต่อกันเรื่อยมา โดยนายรีนีได้เอาบัตรประชาชนของตนไป ขณะฝากไว้ที่ล็อบบี้ห้องพัก เพื่อดูที่อยู่ตามบัตรประชาชน ที่ผ่านมานายรีนีบอกว่าอยากจะอยู่กับตน แต่วีซ่าขาดและไม่อยากกลับประเทศ แล้วจะให้ตนหาที่หลบซ่อนให้ และจะมาอยู่ที่สุรินทร์กับตนด้วย ตนก็เลยปัดไปว่าอยู่ไม่ได้เพราะรู้จักกันแค่ 2 เดือน และผิดกฎหมายด้วยเพราะวีซ่าขาด ซึ่งนายรีนีก็บอกว่าไม่เป็นไร ถ้าตนไม่บอกเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครรู้ เท่าที่รู้จักก็คือนายรีนิเป็นชาวฮอลแลนด์ เป็นนักท่องเที่ยว และมีแฟนคนก่อนที่ จ.จันทบุรี โดยในปีนี้เข้ามาเมืองไทยประมาณ 3 ครั้ง โดยนายรีนีพยายามให้ตนช่วยและหางานให้ทำ จะอยู่กับตนและไม่กลับไปประเทศฮอลแลนด์ เพราะมีเมียเก่าอยู่ที่ประเทศฮอลแลนด์ด้วย และมีปัญหาเยอะมาก เท่าที่คบกันอยู่ก็โอเค ซึ่งหากเขาไม่กลับ แต่มาอยู่กับเราทั้งที่วีซ่าหมด  อีกทั้งกลัวว่านายรีนี อาจจะทำผิดอะไรมาก็ได้ ถึงไม่ยอมกลับไปทำวีซ่า ตนจึงไม่กล้าช่วยเหลือ ล่าสุดตนก็บล็อกเบอร์และไลท์ทั้งหมด และนายรีนีก็ซื้อตั๋วกลับแล้วเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา จากนั้นก็บล็อกเบอร์และไม่ติดต่ออีกเลย และก็ไม่ทราบว่านายรีนีจะมาที่สุรินทร์ ซึ่งก่อนเกิดเหตุน้องสาวโทรมาบอกว่ามีชาวต่างประเทศมาวนเวียนหา และมีชาวต่างชาติไปถามหาบ้านเลขที่ตนจากไปรษณีย์ด้วยคิดว่าจะไปแค่วันเดียวกลับ อีกอาทิตย์หนึ่งก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น ส่วนสาเหตุนั้นคาด น่าจะเกิดจากการหึงหวงตนและให้ตนรับผิดชอบชีวิตเขา และโกรธแค้นที่ตนบล็อกการติดต่อก็เป็นได้