เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่ชั้น 1 ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร ( บก.02 ) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ กรุงเทพมหานคร เมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ “ โดยมีพล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผบก.จร. ร่วมกันรับมอบหมวกนิรภัยจากภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และประชาชนที่ให้การสนับสนุนหมวกนิรภัยตามโครงการ เพื่อแจกจ่ายให้ บก.น.1-9 และ บก.จร. จำนวน 1,500 ใบ นำไปใช้รณรงค์ตามโครงการนี้ ซึ่งจะเป็นการให้ผู้กระทำผิด(ข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัย) ยืมหมวกนิรภัยเพื่อสวมใส่ในขณะขับขี่ทุกครั้ง เพื่อลดการสูญเสียชีวิต ลดการบาดเจ็บ ลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุทางถนนอันเกิดจากการใช้รถจักรยานยนต์และทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย 100%
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ห้วง 7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 นี้ ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้การดำเนินการแบ่งออกเป็นขั้นตอน ดังนี้ 1.ตำรวจจราจร ในสังกัด บก.น. 1-9 และ บก.จร. ซึ่งพบเห็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่ไม่สวมหมวกนิรภัย จะดำเนินการตามกฎหมายโดยการออกใบสั่งจราจรในข้อหา “ไม่สวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์” หรือ ข้อหา “เป็นผู้ขับขี่ยินยอมให้ผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัยในขณะโดยสารรถจักรยานยนต์” ตามมาตรา 122 แห่งพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522(แล้วแต่กรณี) โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ต่อไปอย่างผิดกฎหมายอีก จนกว่าผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารจะสวมหมวกนิรภัยและปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่อย่างครบถ้วน
2. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่พบการกระทำผิด อธิบายให้ผู้กระทำผิดทราบและมีความรู้ความเข้าใจในบทบัญญัติของกฎหมายว่า “การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ทุกครั้งจะต้องสวมหมวกนิรภัย” พร้อมทั้งแนะนำโทษภัยของความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการใช้รถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกนิรภัย และหลังการจับกุม หากผู้กระทำผิดไม่สามารถจัดหาหมวกนิรภัยมาสวมใส่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุมแนะนำให้ผู้กระทำผิดไปยืมหมวกนิรภัยที่ได้รับสนับสนุนตามโครงการนี้ ซึ่งจะมีให้บริการอยู่ที่สถานีตำรวจต่างๆ เพื่อสวมใส่ในขณะขับขี่ทุกครั้ง แล้วแจ้งแก่ผู้กระทำผิดด้วยว่าให้นำหมวกนิรภัยมาคืนสถานีตำรวจที่ให้ยืมภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับใบสั่งจราจร
3. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่พบการกระทำผิด ใช้คลิป “กองบังคับการตำรวจจราจร” ของงานอบรมผู้กระทำความผิด กก.3 บก.จร. เป็นสื่ออบรมให้ความรู้แก่ผู้กระทำผิดอันเป็นการกระตุ้นให้ผู้กระทำผิดเกิดความตระหนักในความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ด้วยวิธีการสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์
4. การสอบสวนเปรียบเทียบปรับ ให้พนักงานสอบสวนพิจารณาทำการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งอธิบายและให้ความรู้ถึงโทษภัยของความเสี่ยงจากการละเลยไม่สวมหมวกนิรภัย และความรุนแรง/ความสูญเสียที่ตามมาเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนน

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ตระหนักถึงความปลอดภัย มีวินัยด้านการจราจร ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดและเกิดความร่วมมือในการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ทุกครั้ง เพื่อลดการสูญเสียชีวิต ลดการบาดเจ็บ ลดความรุนแรง จากอุบัติเหตุทางถนนอันเกิดจากการใช้รถจักรยานยนต์ และทำให้ กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยคิดเป็นร้อยละ 75
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อไม่มีการตั้งด่านจะมีผลต่อการรณรงค์ให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยหรือไม่ ทางพล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันได้ปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดเมื่อมีการตั้งด่านพร้อมกันทุกสถานีจะส่งผลให้การจราจรติดขัด ช่วงนี้จึงเป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดจอดในที่ห้ามจอด ขับรถฝ่าไฟแดง ไม่สวมหมวกกันน็อก ฝ่าฝืนเส้นห้าม เพราะต้องการคืนพื้นผิวให้การจราจร และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยก็จะให้ยืมหมวกนิรภัย เพื่อสร้างวินัยและความปลอดภัยให้กับตัวผู้ขับขี่เอง ซึ่งจะเริ่มรณรงค์ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคมนี้

