เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้มาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสาธารณสุข โดยมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมผู้บริหารกระทรวงให้การต้อนรับ ทั้งนี้ในการประชุมไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด
พล.อ.ฉัตรชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการมอบนโยบาย ว่า งานทางด้านสาธารณสุขนั้นถือว่ากระทรวงสาธารณสุขก็ทำมาตลอด และถือว่าทำได้ดี ตนเชื่อมือกระทรวง มาครั้งนี้ก็ไม่ได้มอบหมายอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่เน้นย้ำในเรื่องของนโยบายรัฐบาลเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นซึ่งเป็นปัญหามากในสังคมไทย จากนี้ไปจนหมดวาระของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยากให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งแก้ปัญหาให้เห็นผลให้ได้ รวมถึงเรื่องการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องมีระบบการดูแลที่ดี เพราะอีก 5 ปี ไทยก็กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบแล้ว ขอให้ทำต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจน
ด้าน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มอายุ 15 ปีบริบูรณ์ถึง ก่อน 20 ปีบริบูรณ์ พีคที่สุดเมื่อ 3 ปี ที่แล้วมีอัตราการท้องไม่พร้อม 53 ต่อ 1 พันประชากรในวัยเดียวกัน ส่วนข้อมูลปี 2560 พบว่า อัตรการท้องไม่พร้อมลดลงเหลือ 42 ต่อ 1 พันประชากรวัยเดียวกัน ซึ่งตอนนี้หลังพ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 และมียุทธศาสตร์ชาติ 10 ปีคือตั้งแต่ปี 2560-2569 ก็ตั้งเป้าว่าต้องลดอัตราการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของกลุ่มนี้ลงให้ได้ครึ่งหนึ่งหรือต่ำกว่า 25 ต่อ 1 พันประชากร ส่วนกลุ่มที่ 2 อายุ 10 ปีบริบูรณ์ จนถึงก่อน 15 ปี บริบูรณ์ นั้นเมื่อ 3 ปีที่แล้วพบตั้งครรภ์ไม่พร้อม 1.6 ต่อ 1 พันประชากรวัยเดียวกัน ในปี 2560 ก็ลดลงเช่นเดียวกัน อยู่ที่ 1.4 ต่อ 1 พันประชากรวัยเดียวกัน
อธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อว่า ที่สถิติค่อยๆ ลดลง เพราะเรามีการออกพ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นฯ ขึ้นมา ส่วนสำคัญอยู่ในมาตรา 5 เรื่องการพิทักษ์สิทธิของวัยรุ่น ให้มีสิทธิที่จะได้รับรู้ข้อมูลทางด้านสุขภาพ เพศวิถี ถ้าพลาดพลั้งขึ้นมาก็ได้รับการช่วยเหลือ เป็นต้น ส่วนมาตรา 6-10 ก็เรื่องแนวปฏิบัติของ 5 กระทรวงที่เกี่ยวข้องคือกกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องไปออกกฎกระทรวงของตนเองว่าจะมีการพิทักษ์สิทธิวัยรุ่นอย่างไร ตอนนี้ออกมาแล้ว 3 กระทรวง ยังเหลือกระทรวงแรงงานที่กำลังรอนำเข้าที่ประชุมครม. ส่วนมหาดไทย ยังรอท่าทีของกระทรวงอื่นๆก่อน เพราะต้องเป็นผู้รับปฏิบัติ ทั้งนี้เชื่อว่าท่านรองนายกฯ ให้ความสนใจกำชับเรื่องนี้มาก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยทำให้การบูรณาการทำให้ปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นได้รับการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว


