รองโฆษกตร.แจงคลิปไล่จับชายปากแตก เหตุขอตรวจค้นกลับวิ่งหนี

21.12.17 | 20:59 น.
พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (แฟ้มภาพ)

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองโฆษก ตร.) เปิดเผยกรณีคลิปที่กำลังแชร์ในโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความว่า “สายตรวจ สน.ท่าเรือ จับในพื้นที่ของ สน.ทองหล่อ ทำเกินไปหรือไม่ เตะชายเสื้อแดงปากแตก พร้อมด้วยเอาปืนจ่อหน้าหลายๆ คน ตอนตีสองกว่าโดยอ้างว่าชายเสื้อแดงหนีมาจากพื้นที่ สน.ท่าเรือ #ทำเกินไปหรือไม่”ว่า ได้รับรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ท่าเรือ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ไปทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบกลุ่มวัยรุ่นรวมถึงชายเสื้อสีแดงที่ปรากฏในคลิป 2-3 คน ท่าทางมีพิรุธ ต้องสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงแสดงตัวขอตรวจค้นแต่ปรากฏว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้วิ่งหลบหนีไปบริเวณชุมชนบ้านกล้วย แขวงและเขตคลองเตย เป็นเขตติดต่อกันในพื้นที่สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ท่าเรือ จึงออกติดตามอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวชายเสื้อสีแดงที่ปรากฏตามคลิปได้ทัน โดยระหว่างนั้นมีการยื้อแย่งกัน ทำให้ชายเสื้อแดงหกล้ม จนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ปาก ตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจตรวจค้นผู้ต้องสงสัยไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงได้ทำประวัติไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ท่าเรือ

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำตามหลักยุทธวิธีอย่างเป็นขั้นตอน เนื่องจากผู้ต้องสงสัยวิ่งหลบหนี อันเป็นที่สงสัยว่าน่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายหรือได้กระทำผิดกฎหมายมา จนกระทั่งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย แล้วได้ออกคำสั่งให้ผู้ต้องสงสัยปฏิบัติตาม โดยมีการชักอาวุธปืนออกมาในจังหวะเตรียมพร้อมใช้อาวุธ หลักการนี้เรียกว่าการคุ้มกันคู่สายตรวจ (ผู้ทำการตรวจค้น) หรือเรียกว่า contact cover หากคนร้ายที่กำลังถูกตรวจค้นมีอาวุธปืนหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจค้น ผู้ที่ทำหน้าที่คุ้มกันจะใช้วิจารณญาณในการใช้อาวุธปืนได้อย่างทันท่วงที เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติตามหลักยุทธวิธีตำรวจอยู่แล้ว ที่ผ่านมามีการฝึกอบรมมาโดยตลอด จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนภาพที่ปรากฏออกไปนั้นทางผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายต่อไป