อุทยานฯ ซ้อมใหญ่กู้ภัย รับมือท่องเที่ยวปีใหม่ เอ็มโอยู ประกันภัยจ่าย 6 บาท 7 วันคุ้มครอง 3 แสน

23.12.17 | 18:19 น.

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เป็นประธานเปิดโครงการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ 2561 โดยมี นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดทส.นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายทรงธรรมสุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นายฐากร ล้อมศตพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ (สบอ.) 7 นครราชสีมา นายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการสบอ.1 สระบุรี นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่ นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมในงาน

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ทส.ได้ตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินการฝึกซ้อมแผนช่วยเหลือนักท่องเที่ยว รวมทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่ประสบเหตุในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นกรมอุทยานฯ จึงฝึกอบรม ทบทวนความรู้และเสริมสร้างความรู้ใหม่ๆ รวมถึงเพิ่มทักษะความชำนาญให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว ทันท่วงที ทั้งทีมเจ้าหน้าที่ รถกู้ภัยอุทยานฯ ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอีก 30 คัน กระจายในอุทยานฯ ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก พร้อมทั้งอากาศยานกู้ภัย มีเฮลิคอปเตอร์หมุนเวียนใช้อยู่ 8 ลำ และกำลังจะจัดซื้อเพิ่มอีก 2 ลำในปี 2561 ทั้งนี้อุทยานฯ ทุกแห่งมีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ในทุกๆ ด้าน โดยในวันที่ 31 ธันวาคม 2560-1 มกราคม 2561 อุทยานฯ ทุกแห่งทั่วประเทศเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรี พร้อมมีการสวดมนต์ข้ามปีในคืนวันที่ 31 ธันวาคม นี้ทุกอุทยานฯ และตื่นขึ้นมาตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2561 อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวงดนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่มในเขตอุทยานฯ

ด้านนายธัญญา กล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด โดยได้ตั้งศูนย์กู้ภัยและมวลชนสัมพันธ์ จำนวน 7 แห่ง ในทุกภูมิภาค เพื่อปฏิบัติงานด้านป้องกันและการกู้ภัย ออกปฏิบัติกรณีเหตุฉุกเฉินอพยพและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่อย่างเป็นมาตรฐานสากล ให้พร้อมดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันท่วงที

นายทรงธรรม กล่าวว่า กรมอุทยานฯ เห็นถึงสำคัญความสำคัญและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานฯ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ เพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านคนในปี 2560 เป็น 20 ล้านคนในปี 2561 จึงต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมอุทยานฯ ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้เต็มทีในกรณีที่นักท่องเที่ยวบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จึงได้ทำเอ็มโอยูกับบริษัทประกันภัยจัดทำโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวอุทยานฯ โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติสามารถซื้อประกันภัยครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ ได้ตามความสมัครใจ สำหรับคนไทย ราคา 6 บาท และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคา 40 บาท มีระยะเวลาเอาประกัน 7 วัน โดยหากเสียชีวิตมีเงินคุ้มครอง 3 -4 แสนบาท และบาดเจ็บ 1 –1.5 หมื่นบาท โดยเริ่มดำเนินการเมื่อเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในอุทยานฯ ขนาดใหญ่ เช่น ภูกระดึง ภูเรือ และเขาใหญ่ โดยจะดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในเดือนมิถุนายน 2561 ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวในอุทยานฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเหมือนในต่างประเทศ

Advertisement

“ ทั้งนี้ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจำนวน 320 คน เสียชีวิตจำนวน 35 คน สาเหตุสำคัญจากการจมน้ำทั้งทะเลและน้ำตก โดยเสียชีวิตในพื้นที่อุทยานฯ สิมิลันมากที่สุด จำนวน 9 ราย ส่วนมากเป็นคนต่างชาติ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บได้จำนวนมาก และสามารถกู้ชีพขึ้นมาจำนวน 1 ราย ซึ่งได้รับอุบัติเหตุจากการจมน้ำทะเลที่อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี การมีเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัยอุทยานฯ จึงมีความสำคัญเพราะจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทุกปี” นายทรงธรรม กล่าว