ปีใหม่เข้ม! ไม่สวมกันน็อคยึดจยย. ถ.รัชดา-พระราม9-ประดิษฐ์มนูธรรม-ประดิษฐ์มนูกิจ-นวมินทร์ ด่านเฮี้ยบ

24.12.17 | 16:14 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 24 ธันวาม ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. ร่วมกันจัดแถลงมาตรการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่ กทม.

พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวว่า สำหรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ตำรวจนครบาลจะมุ่งเน้นไปที่ 3 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1. ห้ามขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมใส่หมวกกันน๊อค และถึงแม้ว่าจะถูกจับและเสียค่าปรับแล้ว แต่หากผู้ขับขี่นั้นยังไม่สามารถหาหมวกกันน๊อคมาสวมใส่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะยังไม่คืนรถหรืออนุญาตให้นำรถออกไปขับขี่ต่อได้ จนกว่าผู้ขับขี่นั้นจะมีหมวกกันน็อคมาสวมใส่ 2. ห้ามขับรถในขณะมึนเมาสุรา หรือ ดื่มไม่ขับ 3.เซฟตี้โซนสถานบริการ ซึ่งพื้นที่ที่ถูกจัดให้อยู่ในโซนเซฟตี้โซนจะมีการตั้งจุดตรวจอย่างเคร่งครัดทั้งในเรื่องของด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และตรวจหาสิ่งผิดกฎหมาย โดยพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เซฟตี้โซนนั้นจะวัดจากปริมาณสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่บ่อยครั้ง เบื้องต้นจะประกอบด้วย ถ.รัชดา ถ.พระราม 9 ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ถ.ประเสริฐมนูกิจ ถ.นวมินทร์ วึ่งในส่วนนี้ขอยืนยันว่าไม่ได้จัดตั้งมาตรการดังกล่าวขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งสถานบริการ
แต่เพียงแค่อยากให้ตระหนักถึงอันตรายจากการขับรถในขณะมึนเมาสุรา เพราะถือเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวทั้งหมดนี้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ หรือผ่านพ้น 7 วันอันตราย อย่างไรก็ตามในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้นจะมีการผ่อนผันให้สถานบันเทิงสามารถเปิดเกินเวลาที่กำหนดได้บ้าง นอกจากนี้ขอฝากไปถึงผู้ที่กำลังจะเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น ขอให้มีการวางแผนการเดินทางให้รอบครอบและควรจะมีการเดินทางล่วงหน้าก่อนวันที่ 29 ธ.ค. ประมาณ 1-2 วัน เพื่อลดจราจรติดขัดในช่วงเวลาดังกล่าว

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับความพร้อมด้านกำลังพลเจ้าหน้าที่ที่ทางตำรวจนครบาลจัดเตรียมไว้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะอยู่ที่ประมาณ 15,000 นาย จิตอาสา 5,000 คน และจะมีการตั้งจุดตรวจบนท้องถนนในพื้นที่ กทม.ขนาดใหญ่จำนวน 27 จุด และด่านย่อยตามพื้นที่ต่างๆ อีกรวม 115 แห่ง และจุดให้บริการประชาชนจำนวน 12 จุด

พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ในพื้นที่ กทม. จะมีด้วยกันอยู่ 2 กิจกรรมหลัก คือ 1.กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และ 2 .กิจกรรมเคาท์ดาวน์ ซึ่งในส่วนของกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี นั้นเบื้องต้นทราบว่าจะมีวัดที่จัดกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ กทม. ประมาณ 150 วัด โดยจะมีวัดที่คาดว่าน่าจะมีประชาชนเข้าไปร่วมกิจกรรมมากเกิน 1,000 คนขึ้นไปต่อวัด ซึ่งจำนวนดังกล่าวประชาชนมากกว่าเคาท์ดาวน์ ขณะที่ในส่วนของการจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ นั้นในพื้นที่กทม.หลักๆจะมีอยู่ 4 แห่ง คือ 1.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 2.เอเชียทีค 3.ศูนย์สรรพสินค้า CDC 4.ถนนข้าวสาร ซึ่งทั้งหมดนั้นจะมีการกระจายกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์คอยดูแลรักษษความปลอดภัยอย่างเข็มงวด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งถือเป็นจัดหลักและคาดว่าน่าจะมีผู้คนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมมากว่า 1 แสนคน จึงจำเป็นต้องมีการจัดกำลังเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยมีการเตรียมจัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน มาคอยเสริม ทำให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยสูงในเขตกรุงเทพมหานคร

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ในพื้นที่ กทม.นั้นคาดว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่คาดว่าน่าจะเดินทางเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ในพื้นที่ กทม.เป้นจำนวนมาก ซึ่งในส่วนนี้เองทางด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี เองก็ได้ให้ความสำคัญและได้ให้นโยบายในการดูแลความปลอดนักเที่ยวชาวต่างชาติเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาเทศกาล หรือ ช่วงเวลาปกติ ก็ตาม ขณะที่ในส่วนของการข่าวเฝ้าระวังผู้ที่ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุร้ายในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น จากข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคงขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติ แต่ยังคงมีการประสานข้อมูลกับทางต่างประเทศเพื่อเฝ้าระวังจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด

Advertisement