‘ศูนย์ดำรงธรรมนครสวรรค์’ขอขมาสภาทนาย หลังโพสต์หมิ่นประมาท แจงลบข้อความและโพสต์ขออภัยแล้ว

25.12.17 | 16:07 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน นายปรีชา เดชพันธุ์ หัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมนายประพันธ์ ปรางทับทิม เจ้าหน้าที่จ้างเหมา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์ เดินทางเข้าขอขมา ว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ กรณีเพจเฟซบุ๊กศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์โพสต์ข้อความเตือนภัยจากการถูกทนายความหลอกลวง เป็นเหตุให้สภาทนายความไม่พอใจและเตรียมดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท โดยมีนายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชน สภาทนายความฯ นายดำรงค์ศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความฯ และนายนิพนธ์ จินดาเวช กรรมการสภาทนายความฯ ภาค 6 นครสวรรค์ ร่วมต้อนรับ

นายปรีชา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม เวลา 10.00 น. เพจเฟซบุ๊กศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครสวรรค์โพสต์ข้อความเรื่องขึ้นศาลอย่าถูกทนายหลอกนั้น ทำให้สมาชิกทนายความส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นข้อความไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง มีลักษณะเชิงดูหมิ่น เมื่อเราทราบเรื่องจึงมีคำสั่งลบภาพข้อความดังกล่าวพร้อมลงข้อความขออภัยในวันเดียวกัน เวลา 20.55 น. ขอเรียนว่าศูนย์ฯ มีความสะเทือนใจกับการโพสต์ภาพข้อความของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศูนย์ฯ จึงมาขออภัยต่อสมาชิกทนายความทุกท่านทั่วประเทศผ่านนายกสภาทนายความฯ และรับว่าจะดูแลอย่างเคร่งครัดเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เหมือนกรณีดังกล่าวอีกต่อไป

ด้านนายประพันธ์ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้โพสต์ข้อความรู้สึกเสียใจในการกระทำที่ขาดความรอบคอบระมัดระวัง เหตุของการโพสต์มาจากการที่ประชาชนขอคำปรึกษาเกี่ยวกับข้อระวังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมอยู่บ่อยครั้ง เมื่อตนพบภาพข้อความดังกล่าวในเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์แห่งหนึ่งจึงคัดลอกมาลงในเพจ โดยมิได้หารือสอบถามจากผู้บังคับบัญชาก่อน ตนจึงกราบขออภัยสมาชิกสภาทนายความทุกท่านทั่วประเทศผ่านนายกสภาทนายความฯ และรับว่าในโอกาสต่อไปจะเคร่งครัดและใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติงานมิให้เกิดเหตุการณ์เหมือนกรณีดังกล่าวอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นจึงมอบพวงมาลัยขอขมาต่อว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ โดยว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ กล่าวว่า เมื่อตัวผู้กระทำและผู้บังคับบัญชามาพบและขอขมา ประกอบกับได้ถอดข้อความออกไปแล้วก็ถือว่ายุติเรื่อง ส่วนเพจเฟซบุ๊กที่เป็นต้นตอส่งข้อความดังกล่าวทราบว่ายังเผยแพร่อยู่ จึงให้ทนายความที่เป็นคณะทำงานไปดำเนินคดีต่อไป ส่วนทนายความที่ปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศให้ปฏิบัติงานต่อไป เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดแก่ประชาชน

Advertisement