‘รองเสนาธิการ’ฟ้องกรมท่าอากาศยาน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ บ่ายเบี่ยงทำสัญญาเช่าที่จอดสนามบินอุดรฯ

26.12.17 | 15:27 น.
(ซ้ายมือ)ทนายความของ พ.ท.ชุติเทพ ราชสีหา อายุ 43 ปี รองเสนาธิการฝ่ายกิจการพลเรือน กองทัพภาค 4 กองทัพบก

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี ทนายความของ พ.ท.ชุติเทพ ราชสีหา อายุ 43 ปี รองเสนาธิการฝ่ายกิจการพลเรือน กองทัพภาค 4 กองทัพบก รับมอบอำนาจให้ยื่นฟ้องกรมท่าอากาศยาน หรือ ทย. (ชื่อเดิมกรมการบินพลเรือน), อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.), อดีต ทย., รองอธิบดี ทย., สถาปนิกประจำ ทย. เป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157

คำฟ้องสรุปว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 พ.ท.ชุติเทพ โจทก์ ได้แสดงความประสงค์ติดต่อขอเช่าพื้นที่ลานจอดรถหน้าอาคารสนามบินนานาชาติอุดรธานี กับจำเลยทั้ง 5 ตามขั้นตอนของ ทย.จำเลยที่ 1 เพื่อปรับปรุงพัฒนาเป็นที่จอดรถเก็บเงินค่าเช่าที่มีมาตรฐาน สง่างาม ทันสมัย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสนามบินนานาชาติอุดรธานีและประเทศชาติ ต่อมาวันที่ 25 มกราคม 2556 จำเลยที่ 1 อนุมัติเห็นชอบในหลักการจัดสรรพื้นที่เช่าให้โจทก์มีสิทธิเข้าไปดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาสถานที่จอดรถยนต์ในอัตราเช่า 3 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน พื้นที่เช่าลานจอดรถยนต์มีเนื้อที่ประมาณ 10,760 ตารางเมตร แผนผังระบุว่าบริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสารหลังใหม่โซน A และแจ้งให้โจทก์เข้าไปทำสัญญาชำระค่าธรรมเนียมและติดประกาศไว้ที่ลานจอดรถสนามบินฯ เพื่อให้สาธารณชนรับทราบตามประกาศฯเป็นเวลา 30 วัน จึงจะให้โจทก์เข้าไปดำเนินการก่อสร้างและใช้ประโยชน์เพื่อจัดเก็บค่าบริการตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ในหนังสือแจ้งเงื่อนไขการเช่าพื้นที่ประกอบกิจการสถานที่รับฝากรถยนต์

หลังจากนั้น โจทก์จึงไปติดต่อกับ ทย.จำเลยที่ 1 แต่ได้รับแจ้งว่าขอเลื่อนการทำสัญญาโดยอ้างเหตุผลว่าทำรายละเอียดสัญญาไม่เรียบร้อย โจทก์ได้ติดตามสอบถามเรื่องราวมาโดยตลอดทั้งโดยวาจาและทำเป็นหนังสือ นอกจากนี้ยังได้ไปร้องเรียนต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) ต่อมาเรื่องถูกส่งให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) พิจารณาเพื่อสั่งการให้ ทย.จำเลยที่ 1 ดำเนินการตามที่โจทก์ร้องขอ แต่ต่อมากลับได้รับแจ้งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เช่าหน้าอาคารสนามบินฯใหม่ โดยจะนำพื้นที่ดังกล่าวมาให้กระทรวงคมนาคมใช้ประโยชน์แทน และจะนำพื้นที่บางส่วนออกประมูล พร้อมชดเชยพื้นที่เป็นลานจอดรถ ร้านค้าและบริการอื่นๆ หรือชดเชยค่าเสียหายให้

สุดท้ายเมื่อปรับพื้นที่ใหม่นั้นปรากฏว่าที่ดินซึ่ง ทย.จำเลยที่ 1 ชดเชยให้กับโจทก์นั้น มีคลองสาธารณประโยชน์ ศาลพระภูมิ เสาวิทยุสื่อสารแรงสูงรวมอยู่ด้วย ทำให้โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านบาท เพื่อถมดินและปรับพื้นที่ซึ่งเป็นที่ลุ่ม แต่โจทก์ยังไม่ได้รับการยินยอมให้เข้าทำสัญญาใหม่กับ ทย.จำเลยที่ 1 อีก ทั้งที่โจทก์เห็นว่าเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ จึงยอมรับในพื้นที่ใหม่แต่ควรต้องเป็นพื้นที่ที่โจทก์สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง การกระทำนั้นจึงทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจากที่ต้องนำเงินไปเป็นค่าซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการจัดเตรียมการก่อสร้าง เงินค่าวางมัดจำซื้อหน้าดินเพื่อใช้ในการถมดินปรับพื้นที่ก่อสร้าง โดยยังสูญเสียโอกาสการใช้พื้นที่ตามฟ้อง จึงนำคดีมาฟ้อง เหตุเกิดที่แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม.

โดยศาลรับสำนวนไว้เพื่อตรวจคำฟ้องว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่ต่อไป กำหนดนัดฟังคำสั่งว่าจะรับไต่สวนหรือไม่ในวันที่ 23 มกราคม 2561 เวลา 10.00 น.

Advertisement