‘แม่น้องปาล์ม’เหยื่อรถ ก.สาธารณสุขชนพิการ เฮ! ศาลชุมแพ สั่งสธ.เยียวยา2.9ล้าน

26.12.17 | 17:11 น.
ภาพจากแฟ้ม

จากกรณีนางปวีณา หาทรัพย์ อายุ30 ปี ลูกจ้างชั่วคราวโรงพยาบาลชุมเเพ จ.ขอนเเก่น พร้อม ด.ช.ปราบปราม เจิมขุนทด หรือน้องปาล์ม อายุ 3 ขวบ 1 เดือน เข้าพบร้องเรียน สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย กรณีเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 นายเกต นาถมทอง อายุ 68 ปี คนขับรถตำแหน่งอาสาสมัครของโรงพยาบาลเเห่งหนึ่งขับรถกระบะยี่ห้อเชฟโลเลต ทะเบียน บว4942 ขอนแก่น ชนจักรยานยนต์สามีเเละลูกของนางปวีณา โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เป็นผลให้บุตรชายต้องพิการ มีอาการชาตั้งเเต่ราวนมมาถึงช่วงล่าง ไม่มีความรู้สึก เดินไม่ได้ อีกทั้งเวลาขับถ่ายไม่มีความรู้สึก ต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเเละปัสสาวะทางสายยาง ในทางคดีอาญา ศาลแขวงขอนแก่นพิพากษาจำคุกนายเกต 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี ไปเเล้ว แต่คดีแพ่งผู้เสียหายมีนายศราวุฒิ เจิมขุนทด สามีได้รับบาดเจ็บกับ ด.ช.ปราบปราม และตน เป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลยที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นจำเลยที่ 2 เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท ที่ศาลนัดไกล่เกลี่ยกันมาหลายครั้ง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ การไกล่เกลี่ยล่าสุดมีรายงานว่ามีการยื่นขอชดใช้ค่าเสียหาย 9 แสนบาท แต่ทางนางปวีณาไม่ตกลงเนื่องจากยอมรับได้มากสุดคือ2ล้านบาท จากที่เคยเรียกไป5ล้านบาท

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม น.ส.ปวีณา เปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดชุมแพ นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่ครอบครัวตน ร่วมกันเป็นโจทก์เรียกค่าเสียหาย5ล้านบาท ฐานละเมิด เรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันละเมิด โดยตนยื่นฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 นายศราวุฒิ สามีของตน ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ดรีม ไปบนถนนในหมู่บ้าน บ้านใหม่ ต.บ้านใหม่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ถูกรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลตของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ชน ด.ช.ปราบปราม บาดเจ็บสาหัส กระดูกสันหลังกระเทือนพิการจนเดินและทรงตัวไม่ได้ ระบบขับถ่ายผิดปกติ ขาสองข้างอ่อนแรง

น.ส.ปวีณา กล่าวต่อว่า วันนี้ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยทั้ง2ต้องรับผิดในการกระทำของคนขับรถ ที่ทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสาม ที่โจทก์ฟ้องมา5ล้านบาท ศาลพิจารณาจากค่าใช้จ่าย ค่าทดแทนทางจิตใจ ค่ารักษาพยาบาล สมควรกำหนดให้จำเลยใช้ค่าสินไหม รวม2.9ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ เมื่อทราบดังนั้น ถึงกับตกใจรู้สึกดีใจไม่เชื่อหู ทำอะไรไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้ ทางจำเลยพยายามเจรจาหลายครั้ง โดยขอจ่ายเพียง9แสนบาท ต่อมาทางสำนักงานอัยการสูงสุด โดย นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด นายประเสริฐ กาญจนอุทัย อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มาช่วยเป็นคนกลาง และคอยให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย โดยกำหนดตัวเลขไว้2ล้านบาท แต่ยังมีการเลื่อนการเจรจาจนมาถึงวันพิพากษา

น.ส.ปวีณา กล่าวอีกว่า เมื่อตนได้ยินว่าศาลพิพากษาให้ถึง2.9ล้านบาท ถึงกับเดินไปหาผู้พิพากษาที่บัลลังก์ ถามว่า เท่าใดนะคะ จนได้ยินท่านบอกชัดว่าา 2.9ล้านบาท เมื่อศาลมีคำพิพากษามาเช่นนี้แล้ว ขอวิงวอนโจทก์และอัยการโปรดอย่าอุทธรณ์และฎีกาคำพิพากษาอีกเลย เพราะจะรีบเอาเงินไปรักษาลูก ให้เขามีชีวิตอยู่ได้เหมือนเด็กปกติทั่วไปเพื่อให้ได้เข้าโรงเรียนและวิ่งเล่นเตะฟุตบอลได้ ทุกวันนี้มองลูกแล้วสงสารว่าอนาคตเขาจะเป็นอย่างไร ขอขอบคุณพี่สื่อมวลชนที่พาไปพบสำนักงานอัยการ และประสานงานกับส่วนราชการทั้งกระทรวงยุติธรรม กับอีกหลายที่ซึ่งตนและครอบครัวรู้สึกปลาบปลื้มบอกไม่ถูก

นายโกศลวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ศาลจังหวัดชุมแพพิพากษาในส่วนคดีแพ่ง ให้กระทรวงสาธารณสุขชดใช้ค่าเสียหายแก่น้องปาล์มจำนวน 2.9ล้านบาท คดีนี้แม้พนักงานอัยการจะเข้าแก้คดีให้ฝ่ายกระทรวงสาธารณสุขก็ตาม เป็นหน้าที่ตามกฏหมาย กระทรวงสาธารณสุขต้องปฏิบัติไปตามระเบียบในการต่อสู้คดี จะเห็นได้ว่ากรณีนี้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาให้น้องปาล์ม แต่ในทางแพ่งต้องมาทำหน้าที่แก้ต่างให้ฝ่ายกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นจำเลยในคดีแพ่ง อย่างไรก็ตามพนักงานอัยการจะทำหน้าที่อยู่บนพื้นฐานของการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เชื่อว่ากรณีนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขอาจขอให้พนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์ ตามระเบียบต่อไป สำหรับด้านการช่วยเหลือประชาชนเป็นงานที่สำนักงานอัยการให้ความสำคัญ จะพยายามประสานงานให้ความช่วยเหลือกับน้องปาล์มต่อไป ปัญหาทางกฎหมายรีบแก้ไขกันให้ถูกตั้งแต่แรก จะช่วยบรรเทาความเสียหายให้กับทุกฝ่าย โปรดรีบปรึกษาอัยการคุ้มครองสิทธิ์ใกล้บ้านท่านกันนะครับ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้นับเป็นคดีที่เป็นกรณีศึกษา ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ กล่าวคือ 1.คดีนี้สำนักงานอัยการเป็นทั้งโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญา ที่ฟ้องนายเกต เป็นจำเลยฐานกระทำโดยประมาทจนศาลลงโทษจำคุกไปแล้ว 2.อัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ส่วนราชการเป็นคดีแพ่งคือคดีนี้ และ3.อัยการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้จำเลยยอมชดใช้เงิน2ล้านบาทแก่โจทก์ แต่การเจรจายังไม่สำเร็จ จนศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ใช้2.9ล้านบาทในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามคดีนี้โจทก์คือกระทรวงสาธารณสุขยังมีโอกาสยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ถ้าโจทก์ไม่ยื่นอุทธรณ์คดีครอบครัวของนางปวีณาจะได้รับเงินค่าเสียหายไปรักษาตัวบุตรชายต่อไป