เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 28 ธันวาคม ที่กองปราบปราม นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย นายศตพนธ์ รื่นเกษม อายุ 59 ปี นักธุรกิจท่องเที่ยว อยู่บ้านเลขที่ 132/308 ถ.พระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.เข้าพบ พ.ต.ต. หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ สารวัตร (สอบสวน) กก.1บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.พีรดา โสภิตณภรางค์ หรือ ศิริต้า รกุลธารา หรือ ปรางค์รวีย์ ธนะสุขโศธิดา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/308 ถ.พระราม 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.ในข้อหาฉ้อโกง
นายศตพนธ์ กล่าวว่า น.ส.พีรดา มีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ซึ่งตนก็เอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก โดยเมื่อวันที่ 25พฤศจิกายน ที่ผ่านมาหลานสาวได้ถูกตำรวจ สน.ประชาชื่น จับกุมตามหมายจับศาลอาญาที่ 2128/2560 ลงวันที่ 15 กันยายน 2560 ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่นและ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หลัง ใช้เฟซบุ๊กปลอมนำรูปหมาแมวพิการและป่วยหนักมาหลอกเรี่ยไรเงินจากคนใจบุญให้โอนเงินมาเป็นค่ารักษาได้เงินไปนับล้านบาท ต่อมาตนได้นำโฉนดห้องชุดไปประกันตัวออกมาเนื่องจากสงสารหลานสาว ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา น.ส.พีรดา ได้ส่งไอดีไลน์ของทนายสงกานต์มาให้ โดยบอกว่าให้ติดต่อทนายสงกานต์มาช่วยทำคดีให้เนื่องจากเป็นทนายที่เก่งสามารถทำให้ชนะคดีได้ จากนั้นตนจึงพูดคุยกับคนที่เขาอ้างว่าเป็นทนายสงกานต์ทางไลน์ ก่อนเรียกเงิน 6.5 หมื่นบาทเพื่อช่วยเหลือทางคดี โดยนัดรับเงินกันที่ศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อไปถึงพบ น.ส.พีรดา โดยเขาอ้างว่าจะนำเงินไปให้ทนายสงกานต์ด้วยตัวเอง ตนจึงยื่นเงินสด 6.5 หมื่นบาทให้ไป ต่อมา น.ส.พีรดา โทรมาอีกว่าถูกชายฉกรรจ์อุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่ 1 แสนบาท ตนจึงต่อรองลดเหลือ 5 หมื่นบาท พร้อมทั้งได้โอนเงินค่าไถ่ไปให้ตามที่เขากล่าวอ้าง
นายศตพนธ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นไปที่ศาลอาญาเพื่อติดตามคดีของหลานสาว หลังไม่สามารถติดต่อทางไลน์ได้ และได้เล่าเรื่องดังกล่าวให้ทนายอาสาประจำศาลฟัง เมื่อเขาได้ฟังแล้วก็บอกว่าตนน่าจะถูกหลานสาวหลอกลวง ก่อนแนะนำให้ไปติดต่อทนายสงกานต์เพื่อสอบถามดู เมื่อไปถามทนายสงกานต์ เขาก็บอกว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะไลน์นั้นไม่ใช่ของเขา เป็นการปลอมแปลงขึ้นมาหลอกลวง จึงพากันมาแจ้งความดำเนินคดีกับหลานสาวตัวแสบดังกล่าว
ด้าน นายสงกานต์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวทำให้ตนเสียหาย เอาชื่อตนไปแอบอ้างเพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้อื่น ตนจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.พีรดา ในข้อหาแสดงตนเป็นบุคคลอื่นตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และหมิ่นประมาทอีกด้วย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ ก่อนสอบปากคำผู้เสียหาย จากนั้นจะเสนอเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

