เมื่อวันที่28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีตัวแทนชาวบ้านใน ต.จอมบึง อ.จอมบึง ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง และ ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี กว่า 20 คน ได้เดินทางไปที่กองพลพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ ต.ตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อให้ช่วยกระตุ้นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำขี้หมู จากฟาร์มหมูที่ปล่อยออกมาลงลำคลองสาธารณะ ลำห้วย และพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้านจนได้รับความเสียหาย โดยร้องเรียนไปทุกหน่วยงานแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข และปัญหาดังกล่าวยังสะสมเรื่อยมา เนื่องจากมีการลักลอบปล่อยน้ำขี้หมูออกมาตลอด ทั้งที่มีคำสั่งจากศูนย์ประสานการปฎิบัติการที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร การป้องกันและแก้ไขความมั่นคงพิเศษ ( ศปป 4) ห้ามปล่อยน้ำเสียออกมาจากฟาร์ม ทำให้ขี้หมูนั้นตกตะกอนอยู่ในพื้นที่ น้ำก็เน่าเสีย นำไปใช้อะไรไม่ได้ พื้นที่ก็ใช้ทำประโยชน์ไม่ได้ และน้ำก็ยังส่งกลิ่นเหม็น ชาวบ้านยิ่งลงทุนก็ยิ่งเป็นหนี้ จึงต้องการให้ทาง คสช.ได้เข้าไปช่วยกระตุ้นเตือนให้หน่วยงานได้มีความรับผิดชอบและช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านได้อย่างถาวรด้วย
พ.อ.สิทธิพร วิพัฒน์ครุฑ รองผู้บังคับการกรมพัฒนาที่ 1 ค่ายศรีสุริยวงศ์ ได้ออกมารับหนังสือร้องเรียนของชาวบ้าน พร้อมกับจะรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาได้รับทราบและจะติดตามการดำเนินการในการแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน รวมทั้งจะลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่ชาวบ้านร้องเรียนมาด้วย


นางสาวเสาวนิตย์ เจิมเกิด อายุ 48 ปี กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีที่ทำกิน เนื่องจากที่ดินที่เคยปลูกข้าว ปลูกนาบัว รวมทั้งทำการเกษตรก็ถูกน้ำขี้หมูไหลเข้ามาท่วมหมด พอน้ำขี้หมูแห้งก็เริ่มลงทุนกันใหม่ พอจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้ำขี้หมูก็ทะลักมาท่วมอีก ทำให้เงินที่ลงทุนไปก็สูญเปล่า บางคนเป็นหนี้เป็นสิน เนื่องจากไปกู้เงินมาลงทุนก็ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เพราะมองไม่เห็นอนาคตที่จะได้เงินมา ร้องเรียนมาหลายปีแล้ว จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยเหลือ

