เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการทำงานของ ดีเอสไอ โดยมี พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ คณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ให้การต้อนรับ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่มา ดีเอสไอ เพื่อตรวจเยี่ยมหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ดูข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการทำงานและโครงสร้างขององค์กรตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดีเอสไอ สามารถคลี่คลายคดีได้สำเร็จจำนวนมากและปฏิรูปองค์กรมาตลอดตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม เช่น บทบาทหน้าที่ บุคลากร เพิ่มขีดความสามารถการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ
“ส่วนคดีสำคัญที่มีผลกระทบต่อประชาชนจึงอยากให้ ดีเอสไอเร่งรัด อาทิ คดีความมั่นคง คดีค้ามนุษย์ คดีฟอกเงิน คดีดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายกำหนด คดีแชร์ลูกโซ่ คดีปลอมเอกสารราชการ เป็นต้น โดยให้รองอธิบดีดีเอสไอ 4 คนแบ่งหน้าที่รับผิดชอบและประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในรูปแบบคณะกรรมการ”พล.อ.อ.ประจินกล่าว
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า สำหรับกรอบการทำงานกำหนดออกเป็น 2 แนวทาง คือ 1.เกี่ยวกับประชาชนทั่วไปในคดีหนี้นอกระบบ คดีข้อพิพาทที่ดินทำกิน คดีดอกเบี้ยเกินกำหนด ฯลฯ ให้ระยะเวลา 6 เดือน (ครบกำหนดพฤษภาคม ) ก่อนมารายงานผล และ 2.เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายให้ ดีเอสไอ เน้นย้ำในเรื่องการอำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความทุกข์ยาก สร้างประชาสามัคคี ส่งเสริมคนดีสู่สังคม พร้อมทั้งเร่งรัดต้านภัยยาเสพติด เร่งรัดปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น คุ้มครองสิทธิเสรีภาพคู่คุณธรรม และสร้างกระบวนการยุติธรรมที่ยั่งยืน
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า สำหรับการเยียวยาผู้เสียหายในคดีต่างๆ เช่น ค่าทนายความ หรือ ไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัวสู้คดี ก็สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้จากกระทรวงยุติธรรม ส่วนการคุ้มครองพยานในคดีซึ่งเกรงว่าอาจถูกคุกคามนั้นจะมีเจ้าหน้าคอยดูแล และมีค่าที่พักค่าเบี้ยเลี้ยงมอบให้ จึงมีผู้สนใจให้ความร่วมมือเป็นพยานจนคดีสำเร็จเป็นจำนวนมาก
“นอกจากนี้ ดีเอสไอ ได้ใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษโดยการเน้นนำเทคโนโลยีมาช่วยในการปฏิบัติงาน เช่น ระบบแม่ข่ายแผนที่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (DSI MAP) และผ่านระบบดาวเทียม GPS (DSI MAP Extended) รวมถึง การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายดีเอสไอในการป้องกันอาชญากรรมคดีพิเศษเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภารกิจการป้องกันอาชญากรรมในระดับพื้นที่” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว
พ.ต.อ.ไพสิฐ ยังกล่าวว่า ดีเอสไอผลิตและเผยแพร่เอกสารชุดความรู้ ความเข้าใจและการเตือนภัยแก่ประชาชนเกี่ยวกับอาชญากรรมพิเศษ (Infographics) ผ่านทางสื่อต่าง ๆ ได้แก่ สื่อมวลชนทุกแขนง , สื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ เช่น ทางเว็บไซต์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ www.dsi.go.th และ Facebook (ดีเอสไอ กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ดีเอสไอ นิวส์) , ดีเอสไอ แอพพลิเคชั่น (DSI Application) , จีนิวส์ (GNews) ซึ่งเป็นช่องทางและการสื่อสารกับประชาชน ในการให้ความรู้ ความความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ และเป็นการเตือนภัยประชาชน เช่น เตือนภัยแชร์ลูกโซ่ หนี้นอกระบบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

