เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 30 ธันวาคม ได้เกิดพายุพัดหมุนจากทะเลอ่าวบ้านดอน เข้าสู่พื้นที่ชุมชนตัวเมืองเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีโดยได้ทวีกำลังแรงขึ้นกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง นานกว่า 20 นาที ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ประกอบด้วย ชุมชนเมตตาธรรม ถนนดอนนก ซอย 29 , ชุมชนแสงอรุณ ถนนชนเกษม ซอย 26 ด้านหลังโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ , ชุมชนวังเพชร-เพลินเพชร ถนนดอนนก , หน้าโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่กระเบื้องและแผ่นสังกะสีหลังคาบ้านถูกพัดปลิวเปิดพังเกือบทั้งหลัง นอกจากนี้มีแผ่นป้ายโฆษณาปลิวหลุดหาย รวมทั้งต้นไม้ต่างๆและต้นมะพร้าวโค่นล้มทั้งต้นจำนวนมาก นอกจากนี้มีรถยนต์ถูกต้นไม้ทับเสียหายหลายคัน
ทั้งนี้ พบว่าพายุหมุนลูกดังกล่าวมีลักษณะคล้ายพายุลมร้อน หรือพายุทอร์นาโดที่สหรัฐอเมริกา โดยพัดดูดแผ่นสังกะสี ต้นไม้และสิ่งของต่างๆหมุนลอยขึ้นท้องฟ้าแล้วม้วนตัวกินพื้นที่ตั้งแต่ถนนดอนนก มาออกที่ถนนชนเกษม ข้ามไปยังหมู่บ้านวังเพชร-เพลินเพชรและบางส่วนทะลุไปยังหน้าโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
โดยระหว่างเกิดเหตุเจ้าของบ้านผู้หญิงต่างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่างวิ่งหลบหนีหาที่กำบังเอาตัวรอดและรอจนลมสงบจึงออกมาดู เบื้องต้นพบชุมชนเมตตาธรรม บ้านเสียหาย 6 หลัง ถนนชนเกษม 26 เสียหาย10หลังและที่หน้าโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี หลังคาปลิวหล่นใส่รถยนต์เสียหายหลายคัน
ต่อมา นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนายจำนงค์ สวัสดิ์วงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ ในหมู่บ้าน วังเพชร-เพลินเพชร พบบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านกว่า 30 ครัวเรือน ถูกกระแสลมพัดหลังคากระเบื้อง , กันสาดบ้าน และสิ่งของที่ตั้งไว้กลางแจ้ง แตกหัก ได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก
นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่า กระแสลมได้สร้างความเสียหาย ตั้งแต่บริเวณหน้าโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี มายังบริเวณ พื้นที่ หมู่ 3 และ หมู่ 4 ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดยได้ประกาศเป็นพื้นที่ เขตภัยพิบัติจากวาตภัย พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายให้สามารถเบิกจ่ายช่วยเหลือประชาชนได้ทันที พร้อมเร่งประสานทหาร มณฑลทหารบกที่ 45 และเจ้าหน้าที่ อส.เข้าช่วยเร่งเคลียพื้นที่เก็บสิ่งของที่เสียหายให้กับประชาชนเป็นการด่วนก่อน
ด้านนายเนาว์ เฟื่องฟู อายุ 72 ปี กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุประมาณ 10 นาทียืนอยู่ใต้ศาลาโรงจอดรถที่บ้านหลานชาย ในหมู่บ้านวังเพชร หมู่ 4 ต.มะขามเตี้ย ขณะกำลังยืนรอจะเข้าบ้านได้มีลมพายุพัดอย่างรุนแรง ทำให้หลังคาศาลาโรงจอดรถหลุดปลิวไปต่อหน้าหมุนไปยังถนนหน้าบ้าน ไกลเกือบ10 เมตร และเศษหลังคาปลิวตกใส่ตนเองได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกมีเลือดออกเล็กน้อย ส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย
นายจำนงค์ สวัสดิ์วงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การสำรวจเบื้องต้นพบมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 120 หลังคาเรือนแล้ว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย ซอยดอนนก 29 ต. มะขามเตี้ย บ้านพังเสียหาย 37 หลัง ผู้บาดเจ็บ 3 ราย , ซอยชนเกษม 21 ต.มะขามเตี้ย บ้านพังเสียหาย 5 หลัง,หมู่บ้านเพลินเพชร ต.มะขามเตี้ย บ้านพังเสียหาย 20 หลัง , ซอยพานิช ต.มะขามเตี้ย อาคารเรียนวิทยาลัยตาปีเสียหาย 8 หลัง บ้านพังเสียหาย 20 หลัง ,หมู่บ้านวังเพชร ต.มะขามเตี้ย บ้านพังเสียหาย 8 หลัง , ซอยแสงอรุณ 13 ต.มะขามเตี้ย บ้านพังเสียหาย 30 หลัง ผู้บาดเจ็บ 2 ราย และโรงเรียนมานิตานุเคราะห์ อาคารเรียนเสียหาย 3 หลัง เสาไฟฟ้าล้ม 4 ต้น คาดว่าตัวเลขจะมีมากกว่านี้ เนื่องจากพื้นที่ถูกพายุหมุนพัดผ่านกินเป็นบริเวณกว้าง
ข่าวแจ้งว่า พายุหมุนดังกล่าวไม่เคยเกิดในพื้นที่ใจกลางตัวเมืองสุราษฎร์ธานีมาก่อน โดยคาดว่าจะมีบ้านเรือนเสียหายสูงกว่า 200 หลังคาเรือนและยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้


