คุก66ปี”จุฑามาศ”
คดีสินบนเทศกาลหนัง
วันที่ 29 มีนาคม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาคดีที่ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 70 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 43 ปี บุตรสาว เป็นจำเลย ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ เพื่อกระทำการ เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เกี่ยวกับความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ในการจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ
โดยศาลพิพากษาจำคุกนางจุฑามาศ 66 ปี
เมื่อรวมโทษทุกกระทงคงจำคุกไม่เกิน 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา 44 ปี และริบเงิน 1,822,494 เหรียญสหรัฐ ขณะนี้จำเลยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

ฎีกาจำคุก5ปีตายาย(ไม่)เก็บเห็ด
วันที่ 2 พฤษภาคม ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่ นายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน เป็นจำเลยที่ 1-2 กรณีจำเลยทั้ง 2 ร่วมกันบุกรุกยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในการทำไม้ ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ เนื้อที่ 72 ไร่ และใช้เครื่องมือตัดและโค่นไม้หวงห้ามประเภท ก. 700 ต้น ที่ ต.คลองขาม อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจำเลยทั้งคู่เข้าไปเก็บเห็ดเท่านั้น จนเกิดวาทกรรม ตายายเก็บเห็ด
จำเลยทั้งสองรับสารภาพ ศาลชั้นต้นจำคุกคนละ 15 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้โทษ รวมจำคุกคนละ 14 ปี
12 เดือน ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษา แก้โทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี

คุกน็อตกราบรถ 1 ปี
วันที่ 30 มิถุนายน ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาคดีที่นายอัครณัฐ หรือน็อต อริยฤทธิ์วิกุล อายุ 28 ปี อดีตพิธีกรชื่อดัง และนายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล อายุ 29 ปี เพื่อนของนายอัครณัฐ
เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส กรณีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 นายอัครณัฐใช้ฝ่ามือตบที่ใบหน้าและต่อยที่บริเวณใบหน้า ทำให้ดั้งของนายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงห์โต อายุ 26 ปี ผู้เสียหายหัก บริเวณเบ้าตาทั้ง 2 ข้างได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังบังคับให้นายกิตติศักดิ์กราบรถของนายอัครณัฐ เนื่องจากนายกิตติศักดิ์ขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์มินิคูเปอร์ของนายอัครณัฐได้รับความเสียหาย โดยการไกล่เกลี่ยทางแพ่ง นายอัครณัฐชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 180,000 บาท โดยศาลเห็นว่าจำเลยทั้ง 2 กระทำผิดจริง จึงพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี สารภาพลดโทษเหลือคนละ 1 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ให้บริการสังคมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน รวม 4 ครั้ง ในเวลา 1 ปี

คุก27ปีพล.ท.มนัส-คุก75ปี
โกโต้งค้ามนุษย์โรฮีนจา
วันที่ 19 กรกฎาคม องค์คณะผู้พิพากษาแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา คำพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา รวม 11 สำนวน ที่มีจำเลยรวม 103 คน อาทิ นายบรรจง หรือจง ปองพล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 1 นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง หรือเสี่ยโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 54 ในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์การอาชญากรรมข้ามชาติ ฯลฯ จากพฤติการณ์การกักขังควบคุมตัวชาวพม่าและชาวบังกลาเทศในแคมป์บริเวณเทือกเขาแก้ว จ.สงขลา เพื่อบังคับใช้แรงงานลักษณะการค้ามนุษย์ โดยมีการทำร้ายร่างกายมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
โดยศาลพิพากษาจำคุกจำเลยจำนวนมากและเป็นคดีแรกที่ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ทหาร และยกฟ้องจำเลย 40 ราย แต่ให้ขังจำเลยที่ยกฟ้อง 28 รายไว้ก่อน ในระหว่างอุทธรณ์ ทั้งนี้จำเลยรายสำคัญที่ศาลสั่งจำคุก ได้แก่ นายบรรจงจำคุก 78 ปี โกโต้งจำคุก 75 ปี ส่วน พล.ท.มนัส พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง จำคุก 27 ปี
คุก2ปี”ยงยุทธ”คดีที่ดินอัลไพน์
วันที่ 29 สิงหาคม ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาคดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ รมว.มหาดไทย เป็นจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 กรณีจดทะเบียนโอนมรดกและโอนสิทธิขายที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร จ.ปทุมธานี จำนวน 732 ไร่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด กับบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์สปอร์ตคลับ จำกัด
โดยศาลจำคุกนายยงยุทธ 2 ปี ไม่รอลงอาญา จากคำสั่งเพิกถอน คำสั่งให้คืนที่ดินของอธิบดีกรมที่ดิน เนื่องจากเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้อื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่วัดธรรมิการามวรวิหาร ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โดยนายยงยุทธได้ประกันตัวไป

จบคดีแพ่ง13พันธมิตรฯ
ชดใช้ทอท.522ล้าน
วันที่ 21 กันยายน ศาลแพ่งอ่านคำสั่งศาลฎีกาในคดีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล กับพวกรวม 13 คน แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ พล.ต.จำลอง นายสนธิ นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง นายสำราญ รอดเพชร นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำพันธ
มิตรฯทั้ง 13 คน ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นเงิน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป จากกรณีระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน- 3 ธันวาคม 2551 พวกจำเลยร่วมกันนำผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนไปบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อประท้วงรัฐบาลและขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี
คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ 13 แกนนำพันธมิตรฯร่วมกันชดใช้เงินกว่า 522 ล้านบาทและจำเลยยื่นฎีกาไม่ทัน จึงยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา โดยศาลฎีกาให้ยกคำร้อง ผลจึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ 13 แกนนำพันธมิตรฯ ร่วมกันชดใช้เงิน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ตกคนละประมาณ 40,166,226 บาทเศษ

อุทธรณ์คุก”เบญจา”คดีเอื้อ
“โอ๊ค-เอม”เลี่ยงภาษีหุ้น
วันที่ 20 ตุลาคม ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย, นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดของเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ เป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ กรณีจำเลยที่ 1-4 เป็นเจ้าพนักงานของกรมสรรพากรปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อไม่ให้นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของนายทักษิณ ต้องเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย และได้รับประโยชน์ส่วนต่างราคาหุ้น คนละ 7,941,950,000 บาท ทำให้ราชการเสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1-4 ผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ให้จำคุกคนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน จำคุก 2 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 5 คน ระหว่างฎีกา ตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท

ตั้งองค์คณะรับคำร้อง
รื้อคดี”ทักษิณ”
วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง นายชาติพงษ์
จีระพันธุ์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ รับมอบอำนาจจากนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด มายื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ ดำเนินการพิจารณาคดีที่กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร เเละสำนวนที่กล่าวหาทุจริตการออกกฎหมาย เเปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเเละมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากไม่มีตัวจำเลย
โดยการยื่นคำร้องดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง เเก้ไขบทบัญญัติให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่มีตัวจำเลย (ลับหลัง) ได้ เมื่อออกหมายจับ 3 เดือนเเล้ว ยังไม่ได้ตัวจำเลยมา
ในการประชุมใหญ่ศาลฎีกามีการตั้งองค์คณะพิจารณาคำร้องอัยการสูงสุด ในสำนวนทุจริตออกกฎหมายแปลงสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ครบ 9 คนแล้ว ส่วนสำนวนปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยคาดว่าจะมีการคัดเลือกในการประชุมครั้งต่อไป

คุก”วัฒนา”บึ้ม
รพ.พระมงกุฎฯ27ปี
วันที่ 6 ธันวาคม ศาลอาญาพิพากษาคดีที่ นายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นจำเลย ฐานพยายามฆ่าโดยไตร่ตรอง กรณีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม จำเลยทำวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ตั้งเวลาเป็นตัวจุดระเบิดประกอบกับวัตถุระเบิดแรงต่ำ ชนิดแดงดำ ชนิดไปป์บอมบ์ ใส่ไว้ในท่อพีวีซี 4 ชุด และใส่ในกระถางต้นไม้ 1 ชุด ก่อนนำใส่ไว้ในแจกันดอกไม้ 1 ชุด ขึ้นรถโดยสารลอบไปติดไว้ที่ฝาผนังภายในห้อง ?วงษ์สุวรรณ? รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย ทรัพย์สินเสียหายกว่า 1 ล้านบาท จำเลยรับสารภาพศาลพิพากษาจำคุก 26 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีครอบครองวัตถุระเบิดที่บ้านพักที่ศาลจำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท


