เมื่อวันที่ 1 มกราคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) ฐานะควบคุม กำกับชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ พ.ต.อ.โสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก.สภ.บางพลี ร่วมกันจับกุม นายสมชาย แซ่ฉี หรือ ฉีเกอ บุคคลไม่มีสัญชาติ กับพวก พร้อมของกลาง สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ และซิมการ์ด จำนวนมาก
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจากการสืบสวนทราบว่า นายสมชาย ร่วมกับ นายทุน สัญชาติไต้หวัน จัดหาคนไทยไปใช้โทรศัพท์หลอกลวงประชาชนโดย แสดงตนเป็นบุคคลอื่น หรือ กลุ่มแก๊ง Call Center โดยตั้ง Call Center อยู่ที่ประเทศตุรกี และเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนั้น นายสมชาย ยังเป็นผู้จัดหาบัญชีสำหรับรับโอนเงินจากคนที่ถูกหลอกลวง แผนประทุษกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีลักษณะรูปแบบเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนสอบสวน และขออนุมัติศาลออกหมายจับ ผู้ที่เปิดบัญชีให้กับ กลุ่ม Call Center ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ดังกล่าว จำนวน 41 คน
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้รับจ้างเปิดบัญชี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในความผิดฐาน “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ได้จำนวน 28 ราย ทั้งนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่ 13 ราย ซึ่งจะเร่งดำเนินการสืบสวนจับกุมเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





