เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 2 มกราคม ร.ต.อ.เลิศฤิทธ์ ลาชโรจน์ รอง สว.สอบสวน สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้ถูกแทงเสียชีวิต ที่ซอยรามคำแหง 18 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.พิพัฒน์ เต็งถาวร รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.ยงยุทธ ทองมา รอง สวป.สน.หัวหมาก กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาล (รพ.) ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักแบ่งให้เช่าชื่อ “บ้านอัมพร” เลขที่ 20 ห้องเลขที่ 8 ริมถนน พบศพนายชูเดช สุ่มประดิษฐ์ อายุ 43 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ สภาพถูกของมีคมฟันเข้าที่ศีรษะ หน้า และคอหลายแห่ง นอนเสียชีวิตอยู่ใก้ลรถเข็นขายโจ๊ก ใกล้กันพบมีดสปาต้าเปรอะคราบเลือดตกอยู่ 1 เล่ม
จากการสอบสวนเพื่อนบ้านที่อยู่ในห้องเช่า ทราบว่าผู้ตายเป็นพ่อค้าขายโจ๊กอยู่ที่ร้านดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ผู้ตายได้ออกมาต้มโจ๊กเพื่อเตรียมเข็นไปขายในตอนเช้าที่บริเวณหน้าห้อง ส่วนภรรยาไปซื้อของที่ตลาดตามปกติ จึงไม่คิดอะไร จนต่อมาได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน จึงออกมาดูเห็นผู้ตายใช้ไม้พายตีชายที่พักอยู่ห้องเช่าหมายเลข 6 ที่อยู่ใก้ลกัน ซึ่งชายคนดังกล่าวได้คว้ามีดดาบกระหน่ำฟันผู้ตายจนฟุบลงกับพื้นแล้วขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป

ต่อมา ร.ต.อ.ยงยุทธ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้จับกุมตัวนายปิยะชัย สุขเพชร อยู่บ้านเลขที่ 168/45ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม. คู่กรณี ได้ที่ปากซอยรามคำแหง 16 อยู่ในสภาพมีแผลแตกที่ศรีษะ ลักษณะคล้ายกับคนเมาสุรา ไปสอบสวน ทราบว่านายปิยะชัยไม่ถูกกับผู้ตายมานานแล้ว ก่อนเกิดเหตุกลับมาห้องพัก เห็นผู้ตายยืนอยู่ที่ร้าน ต่างคนต่างมองหน้าแล้วพูดจาแขวะใส่กันจนมีปากเสียง ผู้ตายได้คว้าไม้พายตี ด้วยความโมโหจึงเข้าไปเอามีดสปาต้าในห้องพักออกมาฟันผู้ตาย
“ถ้าเขาไม่ตีผมก่อน คงไม่เป็นแบบนี้” นายปิยะชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านย่านนั้น เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนปล่อยเงินกู้ ส่วนผู้ตายเคยไปกู้เงินแล้วทวงกันไปมาจนทะเลาะกัน จนไม่มองหน้ากันมาตลอด และก่อนหน้านี้นายปิยะชัยเคยใช้มีดไล่ฟันผู้ตายจนวิ่งหนีเข้าห้องมาแล้วก่อนจะมาเกิดเหตุสลดในครั้งนี้

