เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 4 มกราคม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ และฝ่ายสืบสวน แถลงจับกุมนายธรรมรัตน์ อ่ำน้อยวงษ์ อายุ 36 ปี และนายนพรัตน์ วัฒนไชย อายุ 29 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาวดำ ทะเบียน 6 กค 8788 กรุงเทพมหานคร และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดงดำ ทะเบียน วลข 943 กรุงเทพมหานคร มีผู้เสียหาย 4 รายเดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากกรณีคนร้ายสวมรอยขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ และข่มขู่กรรโชกทรัพย์ค่าโดยสารจากผู้เสียหายเกินราคา ต่อมาตำรวจ สน.บางซื่อ เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด โดยเมื่อช่วงกลางดึก วันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่นายณัฐกานต์ เหลืองพิพัฒน์ชัย อายุ 20 ปี และนายเกริกพล ชุมเพ็ง อายุ 20 ปี ทั้งคู่เป็นนักศึกษาชั้นปี 3 เอกภาพยนตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ถึงสถานีขนส่งจตุจักร ระหว่างยืนรอรถรับจ้างสาธารณะที่ฝั่งตรงข้าม นายนพรัตน์และนายธรรมรัตน์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ มาหาผู้เสียหายก่อนพูดจาหว่านล้อมบอกว่ารถติดมาก ไปรถแท็กซี่จะเสียค่ารถแพง จากนั้นจึงตกลงกันให้ไปส่งที่บริเวณป้ายรถเมล์วัดเสมียนนารี แต่เมื่อผู้เสียหายทั้ง 2 คนหลงเชื่อจึงขึ้นรถ แต่รถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คัน ได้ขี่แยกออกคนละเส้นทาง โดยไปส่งนายณัฐกานต์ที่บริเวณหน้าคอนโดศุภาลัยปาร์ค ฝั่งตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ และไปส่งนายเกริกพล ที่ข้างวัดเสมียนนารี โดยเรียกเก็บค่าโดยสารคนละ 480 บาท เมื่อผู้เสียหายทั้ง 2 บอกว่าเงินไม่พอ ก็ถูกข่มขู่ทำให้กลัว ประกอบกับเป็นสถานที่เปลี่ยวและเป็นเวลากลางคืน จึงยอมจ่ายเงินไป ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.บางซื่อ จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาลอาญา จนสามารถจับกุมคนร้ายทั้ง 2 คนไว้ได้

ด้าน น.ส.สุดารัตน์ บุญชัย อายุ 20 ปี พนักงานร้านจิวเวลรีแห่งหนึ่ง หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า เดินทางมาจากจ.อุบลราชธานีถึงสถานีขนส่งจตุจักรเวลาประมาณ 06.50 น. จากนั้นเดินออกมาเรียกรถแท็กซี่ บริเวณริมถนนกำแพงเพชร2 ด้านหน้าสถานีขนส่ง แต่ไม่มีรถจอดรับ ระหว่างนั้นนายธรรมรัตน์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาสอบถาม โดยบอกว่าจะพาไปส่งยังจุดที่มีรถแท็กซี่ ตนจึงยินยอมให้ไปส่ง กระทั่งไปถึงปลายทาง ห่างจากจุดขึ้นรถไม่ถึง 1 กิโลเมตร นายธรรมรัตน์ได้เรียกเก็บค่าโดยสารในราคา 450 บาท ตนจึงขอต่อรองจ่ายแค่100บาท เนื่องจากเห็นว่าค่าโดยสารแพงเกินไป แต่นายธรรมรัตน์ไม่ยอม อ้างว่าต้องจ่ายค่าเช่าวินในราคาสูง ก่อนที่ผู้เสียหายจะเรียกรถแท็กซี่ เพื่อขึ้นรถ ทำให้นายธรรมรัตน์ เข้ากระชากคอเสื้อ และข่มขู่ ตนจึงยื่นแบงค์100บาทให้ ประกอบกับมีรถแท็กซี่คันข้างหลังบีบแตร นายธรรมรัตน์จึงเอาเงินและปล่อยตนในที่สุด จากนั้นตนรีบปิดประตูรถแท็กซี่และให้รีบพาออกไปจากจุดเกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวรู้สึกตกใจมากหลังจากลงคลิปไปในเฟซบุ๊กและมีคนแชร์ต่อจำนวนมาก ตนยังกังวลว่าคนร้ายจะตามมาทำร้าย จึงได้เดินทางไปแจ้งความ ทั้งนี้ไม่เคยเดินทางกลับผ่านสถานีขนส่งจตุจักรมาก่อน เพราะที่ผ่านมาใช้บริการรถตู้สาธารณะที่จะลงตรงที่พักพอดี แต่วันเกิดเหตุเป็นช่วงคนกลับกทม.จำนวนมาก ทำให้ไม่มีรถจึงต้องกลับทางรถ บขส. จนเกิดเหตุดังกล่าว

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพ ทำมานานเป็นปีแล้ว โดยจะขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนหาเหยื่อที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะอาศัยช่วงเทศกาล เนื่องจากมีคนเดินทางเยอะและมีการจราจรที่ติดแน่นไม่สามารถนั่งรถแท็กซี่หรือรถเมล์ได้ นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่าคนร้ายทั้ง2คนมีประวัติอาชญากรรมมาอย่างโชกโชน พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อเข้าแจ้งความเพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ เพราะข้อหากรรโชกทรัพย์ใน1กรรม มีโทษโทษจำคุก5ปี ปรับไม่เกิน1แสนบาท หากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความมาก จะบวกจำนวนโทษให้ผู้กระทำความผิด ได้รับโทษมากขึ้น ทั้งนี้หลังสรุปสำนวนส่งศาลจะทำสำนวนขอเพิ่มโทษ เนื่องจากผู้ต้องหาเคยก่อคดีลักษณะนี้มาหลายครั้ง และเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วแต่ไม่เข็ดหลาบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ตรงตามประเภทที่ได้จดทะเบียนไว้ ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ใช้รถไม่เสียภาษีประจำปี และไม่พกพาสำเนาทะเบียนรถ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

