สบส.ฟันรีวิว ‘เลเซอร์ปิกาจู’ ผิดกฎหมาย เตรียมเอาผิดคน ‘ไลค์-แชร์’ เหตุส่อผิด พ.ร.บ.คอมพ์

4.01.18 | 14:49 น.

 

จากกรณีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เผยแพร่คลิปวิดีโอ และรูปภาพขณะการทำเลเซอร์ที่อวัยวะเพศชาย หรือเลเซอร์ปิกาจู เพื่อเปลี่ยนอวัยวะเพศชายที่ดำให้ขาวขึ้น โดยมีการยืมมือผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ให้แท็กชวนผู้มาทำ

เมื่อวันที่ 4 มกราคม นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า การเผยแพร่ดังกล่าวถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ประกอบด้วย 1.การโฆษณาเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่ง สบส.ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการดำเนินการเอาผิดประเด็นนี้แล้ว และ 2.การโฆษณาสถานพยาบาลตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 เพราะมีการระบุชื่อโรงพยาบาลชัดเจน แม้ผู้ทำการโฆษณาจะไม่ใช่สถานพยาบาลเองก็ตาม แต่มีการยิมนยอมให้ผู้หนึ่งผู้ใดโฆษณาแทนตนเอง โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะยุติการโฆษณาดังกล่าว ซึ่งตรงนี้ได้ประสานให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีดำเนินการแล้ว เนื่องจากเป็นสถานพยาบาลในพื้นที่ จ.นนทบุรี

นพ.ธงชัยกล่าวอีกว่า การทำเลเซอร์บริเวณดังกล่าวถือว่าอันตรายอย่างมาก เนื่องจากใกล้อวัยวะเพศ และอัณฑะ อาจมีผลต่อเซลล์สืบพันธุ์ และบริเวณนั้นเป็นส่วนที่บอบบางอยู่แล้ว การทำเลเซอร์ให้ขาวจึงทำให้ผิวบริเวณนั้นอักเสบได้ง่าย แพ้ได้ง่าย เกิดเป็นขุย และแห้ง เป็นอันตรายมากกว่า ซึ่งมองว่าไม่มีประโยชน์อะไรในการทำให้อวัยวะเพศตรงนั้นขาว ที่สำคัญอาจทำให้เกิดจุดด่างดำที่น่าเกลียดมากยิ่งขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลคนดังกล่าวมีการทำรีวิวศัลยกรรมต่างๆ ของโรงพยาบาลหลายครั้งแล้ว นพ.ธงชัย กล่าวว่า หากเป็นเช่นนี้เท่ากับว่าสถานพยาบาลมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ อย่างที่บอกว่าแม้สถานพยาบาลไม่ได้โฆษณาเอง แต่ยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาแทนตน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า คนที่กดไลค์ แชร์ และแสดงความเห็น จะยิ่งทำให้การโฆษณาเผยแพร่มากขึ้น จะมีความผิดด้วยหรือไม่ นพ.ธงชัย กล่าวว่า พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ ไม่ได้ครอบคลุมในเรื่องนี้ แต่เมื่อเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย และการแชร์โฆษณาที่ผิดกฎหมาย ต่อไปอาจจะมีความผิดในส่วนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 แทน ซึ่งอยากจะให้ประชาชนระมัดระวังในเรื่องนี้ เพราะอาจทำผิดโดยไม่รู้ตัวได้ ซึ่งการแจ้งข้อมูลเข้ามาเพื่อตรวจสอบว่าดำเนินการผิดกฎหมายหรือไม่ ก็จะเป็นการช่วยแจ้งเตือนไปยังประชาชนคนอื่นด้วยว่า การโฆษณาแบบนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ประชาชนจะได้รู้เท่าทันการโฆษณา และผลเสียจากการทำศัลยกรรมต่างๆ ด้วย

ด้าน พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ สธ. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ในทางการแพทย์มีการนำเลเซอร์มาใช้เพื่อรักษาฝ้า กระ ปานแดง ปานดำ รวมถึงมีการนำเลเซอร์มาประยุกต์ใช้ในการทำให้ริมฝีปากหรือหัวนมมีสีชมพู แต่ยังไม่เคยมีการใช้เลเซอร์เพื่อทำให้อวัยวะเพศชายขาวขึ้น เพราะโดยหลักของการทำเลเซอร์นั้น ก็เพื่อช่วยลดจำนวนเม็ดสีให้น้อยลง เนื่องจากการทำเลเซอร์จะไปทำลายเม็ดสีของผิว ซึ่งจะมีผลข้างเคียง 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.ผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์ บริเวณอวัยวะเพศชายเป็นผิวหนังที่ค่อนข้างอ่อนไหวจึงไม่อยากให้เกิดการกระทบกระเทือน ที่สำคัญบริเวณอวัยวะเพศชายยังมีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดปัญหาได้

ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวต่อว่า 2.ผลข้างเคียงจากเม็ดสีที่น้อยลง เนื่องจากโดยปกติเม็ดสีถือเป็นปราการในการป้องกันผิวหนังต้านทานเชื้อโรค ต้านทานมะเร็งผิวหนัง เช่น เม็ดสีบริเวณแขนก็จะมีหน้าที่คอยต้านมะเร็งผิวหนัง ต้านแสงแดดสู้กับอนุมูลอิสระ เป็นต้น ดังนั้นการทำเลเซอร์จึงต้องพึงระวังว่าอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงรวมถึงทำให้เกิดแผลเป็นหรือเกิดการติดเชื้อ และเป็นการเสียเงินโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือการทำเลเซอร์ หากไม่ได้ทำโดยแพทย์เชี่ยวชาญอาจเกิดอันตรายและผลข้างเคียงได้ และ3.การทำนั้นก็ไม่ถาวรเพราะร่างกายจะมีการสร้างเม็ดสีขึ้นมาใหม่ทำให้ผิวบริเวณอวัยวะเพศชายกลับมาดำได้เหมือนเดิม ซึ่งการที่บริเวณอวัยวะเพศชายมีสีคล้ำ ส่วนหนึ่งเกิดจากสีผิวของคนไทยที่มีสีคล้ำ จึงเป็นเรื่องปกติที่บริเวณอวัยวะเพศชายจะดำมากกว่าบริเวณอื่นของร่างกายและถือเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยสีขาวหรือดำของอวัยวะเพศชายนั้น ในเพศหญิงไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกทางเพศแต่อย่างใด

พญ.มิ่งขวัญ  กล่าวต่อไปว่า อยากขอย้ำว่าหากการที่อวัยวะเพศชายดำแล้วไม่มีผลต่อการดำเนินชีวิตก็ไม่แนะนำให้ทำ และเท่าที่ได้ยินในต่างประเทศยังไม่เคยพบการกระทำในลักษณะนี้ นอกจากนี้การทำเลเซอร์ตรงอวัยวะเพศชายยังไม่มีงานวิจัยที่รับลองว่าการทำดังกล่าวปลอดภัย 100 % และต่อให้ทำการเลเซอร์ให้ผิวดำกลายเป็นขาวก็ไม่สามารถอยู่ได้อย่างถาวร เพราะไม่นานผิวของอวัยวะเพศชายก็จะกลับมาดำเหมือนเดิม เนื่องจากร่างกายต้องมีการสร้างเม็ดสีขึ้นมาอีก และบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีการกระทบกระเทือนกับขาหนีบและมีการเสียดสีอยู่บ่อยๆจึงเกิดสีคล้ำได้