เมื่อวันที่ 4 มกราคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบนโยบาย “แผนงานสร้างเสริมสุขภาพทางการเงินบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข” และเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัด สธ. กับนายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ในโครงการคลินิกสุขภาพทางการเงินและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของบุคลากร
นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สธ.ได้สำรวจดัชนีความสุข (Happinometer) บุคลากรในสังกัดทั่วประเทศ ใน 11 มิติ ได้แก่ 1.สุขภาพกายดี 2.ผ่อนคลายดี 3.น้ำใจดี 4.จิตวิญญาณดี 5.ครอบครัวดี 6.สังคมดี 7.ใฝ่รู้ดี 8.สุขภาพการเงินดี 9.การงานดี 10.ความผูกพัน 11.สมดุลชีวิตกับการทำงาน ผลการสำรวจความรู้สึกมีความสุขของบุคลากร 298,793 คน พบว่า ค่าคะแนนความสุขของบุคลากรร้อยละ 92 มีความรู้สึกมีความสุข โดยมิติที่มีค่าเฉลี่ยความสุขค่อนข้างน้อยคือ มิติด้านสุขภาพการเงินดี ได้สำรวจเพิ่มเติมด้านสุขภาพการเงินบุคลากร 97,567 คน พบมีหนี้สินในครัวเรือนวงเงินกว่า 95,957 ล้านบาท ร้อยละ 54 เป็นเงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ รองลงมาร้อยละ 26 เป็นหนี้สินเรื่องที่อยู่อาศัย

“จึงได้มีแผนสร้างเสริมสุขภาพทางการเงินสำหรับบุคลากร (Happy Money Program) 5 โครงการ ได้แก่ คลินิกสุขภาพทางการเงิน (Happy Money Clinic) ส่งเสริมการออม (Happy Saving) ความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของบุคลากร (Happy Home) การประนอมหนี้สิน (Happy Redeeming) และสวัสดิการอื่นๆ (Happy Welfares) โดยได้ตั้งคณะกรรมการแผนสร้างเสริมสุขภาพทางการเงิน เพื่อพิจารณากลั่นกรองบุคลากรเข้าร่วมโครงการพร้อมวางหลักเกณฑ์ เงื่อนไข จัดทำหลักสูตรการสร้างวินัยทางการเงิน และบริหารจัดการสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนสร้างเสริมสุขภาพทางการเงิน” นพ.ปิยะสกล กล่าวและว่า ในระยะแรกระหว่างปี 2561-2563 จะดำเนินการใน 2 โครงการได้แก่ คลินิกสุขภาพทางการเงินและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของบุคลากร ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ มอบสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าลูกค้าทั่วไป ฟรีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง ค่าจัดการเงินกู้ ระยะเวลากู้นาน 30 ปี เป็นต้น โดยจะเปิดตัวโครงการความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของบุคลากร (Happy Home) พร้อมกันทั่วประเทศ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ในวันที่ 10 มกราคมนี้ และจัดทำคลินิกสุขภาพทางการเงิน ในวันศุกร์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเว้นเดือน คาดว่าจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายบุคลากรได้ 1,500 ล้านบาทต่อปี

