อัยการพร้อมร่วมสอบสวนกับตร. ชี้ไม่ได้แย่งอำนาจ ยกตัวอย่างคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา

4.01.18 | 18:13 น.
นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

เมื่อวันที่ 4 มกราคม นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงการบริหารกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เป็น1ในนโยบายบริหารสำนักงานอัยการสูงสุด ว่า ขณะนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องคือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เวลานี้คณะกรรมการปฏิรูปฯ กำลังพูดถึงอำนาจการสอบสวนที่เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งดำเนินการตามหลักการรัฐธรรมนูญฯ จึงเป็นอีกประเด็นที่สำนักงานอัยการสูงสุดศึกษาและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมถือเป็นนโยบายรัฐ มีคำถามเกิดขึ้นเสมอว่าอัยการพร้อมรับภารกิจนี้หรือไม่ถ้าจะต้องร่วมสอบสวน ก็ตอบว่าเมื่อเป็นนโยบายรัฐเราก็พร้อมทำตาม ช่วง 1-2 ปีต้องจับตาดู อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ส่วนการเตรียมความพร้อมนั้นปัจจุบันเรามีอัยการทั่วประเทศ 3,358 คน ทุกคนมีศักยภาพพร้อมดำเนินการได้หมด นอกจากนี้ยังมีสำนักงานการสอบสวนที่ตั้งมาแล้วกว่า 3 ปี

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตัวกฎหมายใช้คำว่า ถ่วงดุล การสอบสวน โดยนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ให้นโยบายว่าเป็นการร่วมกันทำงานในการเตรียมความพร้อม อัยการสูงสุดจึงพร้อมอยู่แล้ว แต่กรอบรูปแบบปฏิบัติจะเป็นอย่างไรต้องรอผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องดำเนินการ แต่ไม่ว่าจะออกมิติไหนสำนักงานอัยการสูงสุดก็พร้อมร่วมสอบสวนทั้งหมดหรือบางส่วน หรือจะเข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลทั้งหมดหรือบางส่วน ถ้าจะต้องเพิ่มอัตรากำลัง เพิ่มงบประมาณเราก็ต้องทำ ถ้าเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจในบ้านเมืองก็พร้อม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในหมู่ของอัยการด้วยกันเองมองอย่างไรกับการร่วมสอบสวนเห็นด้วยหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า ถ้ามองในแง่นโยบายของผู้ใหญ่ และตอบคำถามแทนอัยการทั้งประเทศก็ต้องบอกว่าพร้อม ทุกคนพร้อมจะทำงาน เราทำงานด้านคดีมาตลอด เรารู้ว่าการไปร่วมทำตรงนั้นจะมีประสิทธิภาพและประชาชนได้ประโยชน์ ที่สำคัญดีกับกระบวนการยุติธรรม เดิมพนักงานสอบสวนทำก็ดีอยู่ยิ่งร่วมกันทำก็ยิ่งดีขึ้นไปช่วยกันทำงานจะดีต่อกระบวนการยุติธรรมและประชาชน เหมือนอย่างคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ไม่ใช่ดีกับพนักงานสอบสวนหรือดีกับอัยการ ไม่ใช่แย่งอำนาจ ไม่ใช่คุมกัน เพราะไม่ใช่การเรียกร้องของสำนักงานอัยการสูงสุด