คนไทยรักสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ป่า และจะแสดงความรู้สึกร่วมออกมามากมาย เมื่อทราบเรื่องราวของสัตว์ที่ได้รับผลกระทบในรูปแบบต่างๆ
ปี 2560 “มติชน” ได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตของสัตว์นานาชนิด ล้วนได้รับความสนใจจากผู้อ่านจำนวนมาก วันนี้จะประมวลเรื่องราว และสรุปสถานการณ์ชีวิตของสารพัดสัตว์เหล่านั้นมาให้รับทราบกันอีกครั้ง
0 เรื่องเศร้าของชักกุย หมีควายน้อยแสนอาภัพ
ชักกุย เป็นลูกหมีควายที่ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรีในขณะนั้น พร้อมเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ไปเจอที่ไร่สัปปะรด ตอนนั้น เจ้าชักกุยพลัดหลงกับแม่ และถูกหมารุมกัด หัวหน้าประวัติศาสตร์เอาหมีน้อยมารักษาอาการบาดเจ็บที่ถูกหมารุมกัดจนหาย แต่ต่อมาพบว่า เจ้าหมียังมีอาการป่วยด้วยโรคลมชักอีกด้วย เจ้าหน้าที่ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี พากันตั้งชื่อเจ้าหมีน้อยว่า ชักกุย มาจากเจ้าหมีผู้ป่วยเป็นโรคลมชักอยู่ที่กุยบุรี เพื่อให้พ้องกับชื่อ ซัปปุย นักฟุตบอลรูปหล่อทีมชาติไทยที่กำลังโด่งดังในขณะนั้น
ชักกุยเติบโตท่ามกลางความรักของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีทุกคน รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีด้วย เพราะมันเป็นหมีควายตัวใหญ่ ใจดี แสนรู้ และไม่เคยทำร้ายใคร ใครเห็น ใครก็รักในกิริยาขี้เล่น น่ารัก น่าเอ็นดูของมัน
แต่แล้วทุกคนก็ต้องช็อก เมื่อตอนสายๆ ของวันที่ 19 ธันวาคม นายสาโรช จันทร์ลาด หัวหน้าฝ่ายสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี อ.กุยบุรี ว่า เจ้าชักกุยสิ้นใจตายภายในกรงเลี้ยงขนาดใหญ่ด้านหลังสำนักอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เบื้องต้นทราบว่ามีน้ำลายฟูมปาก ก่อนช็อกตายกะทันหัน ต่อมาถึงทราบว่า เจ้าหมีควายแสนรู้มีอาการกระเพาะอาหารทะลุ

0เลพังจระเข้ลูกครึ่ง แห่งทะเลภูเก็ต
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม มีผู้บันทึกภาพจระเข้ตัวเขื่องยาวเกือบ 3 เมตร ว่ายน้ำเล่นอยู่บริเวณหน้าหาดเลพัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต สร้างความแตกตื่น ตื่นเต้นแก่ผู้ที่ได้รับทราบข่าวนี้ไม่น้อย โดยส่วนหนึ่งแอบดีใจที่เห็นประเทศไทยยังคงมีจระเข้น้ำเค็มหลงเหลืออยู่ เพราะไม่มีรายงานสัตว์ชนิดนี้ในทะเลมานานราว 30 กว่าปีแล้ว ขณะเดียวกัน ก็มีความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวที่ลงไปเล่นน้ำในพื้นที่ดังกล่าว รวมไปถึงสถานภาพของตัวจระเข้เองด้วย จนในที่สุดแล้ว ได้บทสรุปจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะต้องไปจับตัวจระเข้ตัวมาอยู่ในความดูแลก่อน จนกระทั่งจับมาได้ เจ้าหน้าที่ที่ใกล้ชิดกับการทำงานงานนี้ช่วยกันตั้งชื่อเจ้าจระเข้นี้ว่า “เลพัง” ตามสถานที่ที่พบ คือที่หาดเลพังนั่นเอง
ในสังคมมีการถกเถียงกันอย่างมากว่าควรจะปล่อยให้เลพังไปใช้ชีวิตอย่างอิสระในธรรมชาติ หรือเก็บเลพังเอาไว้ในที่ควบคุมดี จนกระทั่งผลการตรวจดีเอ็นเอของเลพังออกมาได้ข้อสรุปว่า เลพังไม่ใช่จระเข้น้ำเค็มสายพันธุ์ธรรมชาติ แต่เป็นจระเข้ลูกผสม ปล่อยในพื้นที่ธรรมชาติไม่ได้ และต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของกรมประมงที่จะต้องทำหน้าที่ดูแลเจ้าเลพังต่อไป

0กรมอุทยานแห่งชาติฯจับลิงอ้วนลดน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัม
มีคนขับรถผ่านไปบริเวณจุดชมวิวถนนเลียบวงแหวนใต้ เขตบางขุนเทียน แล้วมองเห็นลิงแสมตัวหนึ่งรูปร่างอ้วนเทอะทะ จนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหน ได้แต่นั่งนิ่งๆ จึงแจ้งยังสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่จับลิงอ้วนมาตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่า ไม่มีโรคร้ายใดๆ แต่มีน้ำหนักมาก จนถือได้ว่าเป็นโรคอ้วนเพราะมีน้ำหนักมากถึง 27 กิโลกรัม ทั้งที่ลิงแสมทั่วไปจะมีน้ำหนักมากที่สุดไม่เกิน 15 กิโลกรัมเท่านั้น
สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าตั้งทีมสัตวแพทย์มาดูแลเฝ้าประคบประหงมเจ้าลิงอ้วน โดยดูแลเรื่องอาหารการกิน เน้นกินผักและโปรตีน งดผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง และให้ออกกำลังกาย ห้อยโหน และเคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษ จนกระทั่งสามารถลดน้ำหนักได้ 3 กิโลกรัมภายในเวลา 4 เดือน ถือเป็นการประสบความสำเร็จอย่างหนึ่ง เพราะลิงอ้วนเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วมากขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับฝูงเดิมได้ในที่สุด

0เต่าออมสินตายเพราะกลืนเหรียญที่คนโยนลงไปขอพรในบ่อ
สัตวแพทย์หญิง (สพญ.) นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับแจ้งให้ไปดูอาการเต่าป่วยหนัก ที่ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ
คุณหมอนันทริกานำเจ้าเต่ามารักษาที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ เบื้องต้นได้เอกซเรย์พบเหรียญจำนวนมากในทางเดินอาหารของเต่าตัวดังกล่าว จึงตัดสินใจรักษาโดยการผ่าตัด เพราะหากปล่อยเอาไว้เจ้าเต่าตัวนี้ตายแน่ๆ ใช้เวลาในการผ่าตัดเอาเหรียญออกมาจากทุกส่วนของระบบทางเดินอาหาร โดยสัตวแพทย์ 5 คน ใช้เวลาทั้งสิ้น 7 ชั่วโมงด้วยกัน หลังการผ่าตัดนับเหรียญที่อยู่ในท้องเต่าได้ถึง 915 เหรียญ น้ำหนักมากถึง 5 กิโลกรัม เป็นเหรียญที่เจ้าเต่ากินเข้าไปตลอดระยะเวลา 10 ปี เพราะคิดว่าเป็นอาหาร ทีมงานคุณหมอนันทริกาเลยตั้งชื่อเต่าโชคร้ายตัวนี้ว่า ออมสิน
หลังการผ่าตัด เต่าออมสินก็มีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2560 ออมสินมีอาการซึมและปวดท้อง จึงตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่าเกิดภาวะแทรกซ้อนจากลำไส้บิดตัวรัดกัน 3 ปม ซึ่งคาดว่าอาจมาจากการพยายามฟื้นตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ในช่องท้องที่มีพื้นที่มากขึ้นและมีก๊าซมากขึ้นจนปวดท้อง ทีมศัลยแพทย์และสัตวแพทย์สัตว์น้ำจึงได้ทำการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อแก้ปมลำไส้และลดปริมาณก๊าซลง หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วต้องให้น้ำเกลือและพักอยู่ในไอซียู อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ วันที่ 21 มีนาคม 2560 ออมสินก็ตายอย่างสงบ คณะสัตวแพทย์ที่ดูแลออมสินมาแต่ต้น แถลงข่าวทั้งน้ำตา ว่า สาเหตุการตายของออมสินเกิดจากร่างกายอ่อนแอ และมีนิกเกิลซึ่งเป็นสารเคลือบเหรียญอยู่ในกระแสเลือดมากถึง 200 เท่า ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำและกระทบกับระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ

0รถชน’ลูกนกกะเรียน’ตาย
นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่า พบซากลูกนกกระเรียน 1 ตัว บริเวณทุ่งนาใน ต.โคกม้า เป็นลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยเพศผู้ ที่เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2560 จากพ่อพันธุ์หมายเลข 237 และแม่พันธุ์หมายเลข 276 ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเมื่อปี 2555 ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน จ.บุรีรัมย์ จากการตรวจพิสูจน์ซาก พบว่าสาเหตุการตายเกิดจากการได้รับแรงกระแทกที่หน้าอกอย่างรุนแรง ซึ่งสันนิษฐานสาเหตุได้ 2 กรณี คือ 1.ลูกนกบินชนรถยนต์บนถนนสาย 218 (นางรอง-บุรีรัมย์) ที่ผ่านด้านหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน 2.ลูกนกบินชนเสาไฟ หรือสายไฟแรงสูงที่อยู่ตามแนวถนน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวทางกรมอุทยานแห่งชาติฯได้ตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นที่มีผลกระทบต่อลูกนกกระเรียนที่เกิดใหม่และหัดบินในพื้นที่เนื่องจากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่อาศัยของนกกระเรียนมีถนนสาย 218 (นางรอง-บุรีรัมย์) ตัดผ่าน
เกี่ยวกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯจะเร่งดำเนินการในการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางถนนที่ผ่านพื้นที่อาศัยของนกกระเรียนให้ชะลอความเร็ว โดยจะมีการจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์รวมถึงสัญญาณเตือนให้รถที่ผ่านพื้นที่ได้ชะลอความเร็วลง

0ล่า’พะยูน’ยังมีอยู่
มีรายงานข่าวจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่า สาเหตุที่พะยูนหรือหมูน้ำ ในประเทศไทยลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันทั่วประเทศเหลืออยู่เพียง 200 กว่าตัวนั้น เป็นเพราะปัจจุบันยังมีการล่าพะยูนกันอยู่ โดยเอาเขี้ยวและกระดูกไปทำเครื่องรางของขลัง และยาโด๊ป ส่วนเนื้อเอาไปทำผัดเผ็ดเครื่องแกง ข่าวดังกล่าวสร้างความโกรธเคืองแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ เกาะลิบง จ.ตรัง นั้น ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งอนุรักษ์พะยูนที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย ต่อมาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ปรากฏมีเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงไปเจอซากพะยูน สภาพซากเน่ามาก กะโหลก และกระดูกชิ้นต่างๆ รวมถึงโคนหางจนถึงปลายหางหายไป เหลือเพียงผิวหนังและลำไส้บางส่วน รอยตัดที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นรอยถูกของมีคมตัด โดยทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้
กระทั่งวันนี้ ยังไม่สามารถหาตัวการทำให้พะยูนตัวนี้ตายได้ แต่กรมอุทยานฯกับกลุ่มอนุรักษ์ จ.ตรัง ได้ทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะทำให้การอนุรักษ์พะยูนมีความเข้มแข็งมากขึ้น

0เรื่องเศร้าของ’ช้างพลายชมพู’
ช้างป่าพลายชมพูถูกน้ำซัดตกลงไปยังคลองชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือ และเคลื่อนย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง มีประชาชนจำนวนมากติดตามและช่วยลุ้น ระหว่างการเคลื่อนย้าย ช่วยเหลือเจ้าช้างพลายตัวนี้ จนกระทั่งวันที่ 21 ตุลาคม นายสัตวแพทย์ทวีโภค อังควานิช ผู้จัดการส่วนงานอนุรักษ์ และบริบาลช้าง และสัตว์แพทย์ ประจำโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ซึ่งเป็นผู้ประคบประหงมดูแลพ่อพลายมาแต่เริ่ม แจ้งว่า พลายชมพูล้มแล้ว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากไตวายเฉียบพลันสาเหตุจากอาการเครียดอย่างหนัก และเจ็บปวดอย่างมากจากบาดแผล ถือว่าเป็นการล้มอย่างสงบ ก่อนหน้านี้คณะแพทย์ไม่ทราบว่าพลายชมพูว่ายน้ำกี่วัน ก่อนที่ชาวบ้านจะมาพบ ทุกคนช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่แล้ว

0เชิดชู’เสือบุปผา’ผู้เฒ่าเสือแห่งป่าห้วยขาแข้ง
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า แม่เสือบุปผา เสือโคร่งตัวแรกที่นักวิจัยของกรมอุทยานฯได้เข้าไปศึกษาและเรียนรู้วิถีชีวิตของเสือในป่าธรรมชาติ ตอนนี้แม่เสือบุปผามีอายุถึง 15 ปีแล้ว ถือเป็นเสือที่นักวิจัยรู้จักที่มีอายุยืนที่สุดในประเทศไทยเวลานี้ น่ายินดีว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯซึ่งทำงานอยู่ที่สถานีวิจัยเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพิ่งจะถ่ายรูปแม่เสือบุปผาได้ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
เสือบุปผาได้ทำให้นักวิจัยเรื่องเสือของกรมอุทยานฯได้ความรู้ และได้เรียนรู้อะไรมากมาย ล่าสุด สามารถถ่ายรูปเสือบุปผาด้วยกล้องแคมเมราแท็ปได้แถวซับฟ้าผ่า ใกล้ๆ สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ รูปที่เห็นไม่ค่อยชัดนักแต่ก็เห็นว่าบุปผาผอมไปมาก แต่ก็เป็นไปตามอายุขัย เพราะถือว่าตอนนี้เป็นช่วงสุดท้ายของชีวิตบุปผาแล้ว เป็นเสือที่อายุยืนและแข็งแรงมากที่สุด
บุปผาเป็นแม่เสือตัวอย่างที่เลี้ยงลูกอย่างน้อย 3 คลอก ไม่ต่ำกว่า 4 ตัว ได้ประสบความสำเร็จเกือบทุกตัว คือ ลูกเสืออยู่รอดปลอดภัยแข็งแรง กรมอุทยานฯสามารถจับลูกบุปผามาศึกษาพฤติกรรมการดำรงชีวิตได้อีกหลายตัว เอื้อง ชมพู่ สมหญิง ทุกตัวแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นพ่อแม่พันธุ์ที่ดีทั้งหมด ถือเป็นแม่เสือตัวอย่างอย่างแท้จริงและสามารถครอบครองพื้นที่ได้ยาวนานมาก
ประเทศไทยมีเสือโคร่งในป่าธรรมชาติประมาณ 300 ตัว โดยพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งถือว่ามีเสือโคร่งชุกชุมมากที่สุด คือมีประมาณ 70 ตัว ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลก เข้าใจว่าจะน่าดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ทั้งนี้ เสือโคร่งสายพันธุ์อินโดจีนเวลานี้มีอยู่ในประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น พม่า ลาว เขมร และเวียดนาม ซึ่งเคยมีเสือสายพันธุ์นี้ชุกชุม ตอนนี้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว
ถือเป็นข่าวดีปิดท้ายสำหรับข่าวสารพัดสัตว์ที่เกิดขึ้นในปี 2560

บุปผา

บุปผา

