จากกรณี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรการป้องกันกรณีการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อไม่ให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ โดยที่เป็นประเด็นดราม่าคือการห้ามนำโทรศัพท์มือถือมาชาร์จไฟในสถานที่ราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสื่อสังคมออนไลน์มีความคิดเห็นที่น่าสนใจคือ การห้ามชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือในสถานที่ราชการนั้นเป็นเรื่องหยุมหยิมเกินไป เนื่องจากบางส่วนก็ต้องใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวในการติดต่องานราชการ เมื่อแบตเตอรี่ลดลงหรือจะหมด จะใช้ไฟราชการในการชาร์จไม่ได้เลยหรือ อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นการห้ามใช้ไฟหลวงในการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือส่วนตัวนั้น ไม่ได้มีเพียงประกาศของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่จะมีการออกมาเป็นกฎหมายด้วย ซึ่งเดิมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม โดยมาตรา 5 กำหนดห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น ซึ่งเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
ทั้งนี้ มาตราดังกล่าวมีการระบุถึงการกระทำต่างๆ ที่นับเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์คือ การใช้ทรัพย์สินของหน่วยงานที่ตนสังกัดหรือตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ไปเพื่อประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายหรือกฎ หรือทรัพย์สินนั้นมีราคาเล็กน้อย ซึ่งข้อนี้นำมาซึ่งข้อสงสัยว่าการใช้สิ่งของในสำนักงานจะกลายเป็นความผิดหรือไม่ เช่น การชาร์จโทรศัพท์ เป็นต้น
ล่าสุด วันที่ 5 มกราคม 2561 นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอต่อ ครม.เรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่ง ครม.ก็เห็นชอบ และคงมีการมอบหมายให้ทุกส่วนราชการปฏิบัติ ซึ่ง สธ.ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในนั้น จึงมีการออกมาตรการเหล่านี้มา ซึ่งข้อห้ามต่างๆ ก็มักเป็นประเด็นที่พบบ่อย เช่น การใช้รถของราชการไปในกิจส่วนตัว เป็นต้น ส่วนเรื่องการห้ามชาร์จโทรศัพท์มือถือนั้น จริงๆ เรื่องนี้ยังต้องมีรายละเอียดแนบท้ายว่าทำได้แค่ไหน อย่างไร เช่น ชาร์จได้กี่ชั่วโมง เป็นต้น เพราะถือว่าค่อนข้างขัดกับหลักปฏิบัติในความเป็นจริงหรือกิจวัตรประจำวัน เพราะก็ทราบดีจากกระแสในสังคมออนไลน์ว่ามีการใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวในการติดต่องานราชการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายละเอียดให้ชัดเจน ซึ่งคงไม่ได้ห้ามชาร์จไปเสียทั้งหมด
ทั้งนี้ ในการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 ที่รับทราบร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ. …. พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระเบียบว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้ทรัพย์สินสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือกำกับดูแล โดยให้พิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่สร้างภาระให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขที่มีกว่า 4 แสนคน



