เมื่อวันที่ 5 มกราคม ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 ต.หินกอง อ.เมือง จ.ราชบุรี
โดยได้เยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และพบปะให้โอวาทแก่เด็กและเยาวชนที่เข้ามารับการฝึกอบรม ซึ่งสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนแห่งนี้มีการดำเนินการที่สำคัญในการอบรมกล่อมเกลาเด็กและเยาวชน ได้แก่
1. จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมภายในสถานพินิจฯ ให้ใกล้เคียงกับที่บ้าน
2. สังเกตพฤติกรรมความเปลี่ยนแปลงของเด็กและเยาวชนแต่ละคนตั้งแต่วันแรกรับจนสิ้นสุดระยะเวลาของการฝึกอบรมอยู่ในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน
3. พูดคุย รับฟัง และให้คำปรึกษาแก่เด็กและเยาวชนในทุกๆ เรื่อง
4. เรียนรู้และเข้าใจในธรรมชาติของวัยรุ่น
5. ให้ความสนใจในเรื่องที่เด็กและเยาวชนสนใจ เช่น การขับร้องเพลงและเล่นดนตรี กิจกรรมกีฬา ภาพยนตร์ ละคร หรือเรื่องที่เป็นกระแส เพื่อที่จะสามารถพูดคุยกับเด็กและเยาวชน
6. ให้การสนับสนุนในเรื่องที่เหมาะสม และคอยแนะนำตักเตือนเมื่อเด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด
7. ให้เด็กและเยาวชนได้เด็กและเยาวชนได้ติดต่อกับครอบครัวผ่านการเยี่ยมญาติหรือโครงการเยี่ยมญาติทางไกล และการเขียนจดหมาย
8. จัดกิจกรรมหรือโครงการต่างๆ ให้กับเด็กและเยาวชนอยู่เสมอ
9. ให้ความรักและดูแลเอาใจใส่เสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน
10.ให้ความรู้ในสายวิชาสามัญตามหลักสูตร กศน. มีการฝึกหัดด้านวิชาชีพ 9 หลักสูตร เช่น ช่างยนต์ ช่างศิลป์ ช่างไฟฟ้า เกษตรกรรม ช่างตัดผม ช่างเชื่อมโลหะ ดนตรี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้และเสริมทักษะวิชาชีพเสริม ได้แก่ ถักไหมพรม เซรามิค และคอมพิวเตอร์ แก่เด็กและเยาวชนที่สนใจอีกด้วย

ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 ให้ความสำคัญอย่างมากต่อความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนกับเจ้าหน้าที่ โดยสร้างความใกล้ชิดสนิทสนมดั่งสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน มาในหลายพื้นที่ ทำให้คำนึงถึงหลักคิดสำคัญประการหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นสังคมระดับใด ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ฯลฯ หลักคิดสำคัญยิ่งที่ควรปลูกฝัง ดำรงรักษา และขยายผลให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง คือ ‘หลักคุณธรรม’ ฉะนั้น ในการดำเนินงานของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนทุกแห่ง ควรต้องปูพื้นฐานในเรื่องคุณธรรมให้หยั่งรากลึกในจิตใจและพฤติกรรมของทั้งผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ทุกระดับ รวมถึงเด็กและเยาวชนที่มาเข้ารับการอบรม ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเสริมสร้างให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนทุกแห่งเป็น ‘สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนคุณธรรม และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนคุณธรรม’ เชื่อแน่ว่าเด็กและเยาวชนทุกคนที่เข้ามารับการอบรมจะได้รับการพัฒนาให้มีภูมิคุ้มกันและมีความเข้มแข็งทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญที่มีความมั่นคงและดีงามให้แก่ครอบครัว สังคม และประเทศชาติบ้านเมืองไทยสืบไป

“สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ถือเป็นพื้นที่สุดท้ายที่เป็นความหวังแก่บิดามารดา ผู้ปกครอง และผู้ที่รักห่วงใยลูกหลานเยาวชน ปัญหามาจากภายนอกทั้งสิ้น มาจากสังคมที่เป็นเรื่องใหญ่ และต้องอาศัยหลักธรรมาภิบาลในการแก้ไขด้วยหลักสุจริตธรรม ผู้บริหารสถานพินิจฯ ครูอาจารย์ บุคลากรทางด้านต่างๆ ในสถานพินิจฯ จึงถือเป็นผู้ปิดทองหลังพระตัวจริง ของแท้แน่นอน ไม่มีใครเปรียบ”ม.ล.ปนัดดา กล่าว
ก่อนเดินทางกลับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้ตอบรับคำเชิญจะมาเป็นครูพิเศษสอนวิชาสังคมศาสตร์และภาษาอังกฤษแก่ลูกหลานเยาวชนสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 2 จ.ราชบุรีด้วย



