กลุ่มแรงงานสตรีและเครือข่าย ยื่น “3 หลักการ 2 เรื่องเร่งด่วน” คุ้มครองแรงงานสตรีทั่วปท.

8.01.18 | 15:41 น.

เมื่อวันที่ 8 มกราคม น.ส.นิไลมล มนตรีกานนท์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี และคณะ เข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หารือในประเด็นเรื่อง ขอทราบนโยบายการดำเนินการในการปกป้องแรงงานสตรี เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี และกรณีนางอภันตรี เจริญศักดิ์ ในนามของคณะผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานอาหารและบริการประเทศไทย ซึ่งเป็นลูกจ้างเคเอฟซี ถูกเลิกจ้าง รวมถึงนำตัวแทนลูกจ้างของบริษัท เอส พี เค มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จ.สมุทรสาคร เข้าร้องเรียนกรณีนายจ้างค้างค่าตอบแทน 3 งวด โดยมีนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นายวรานนท์ ปีติวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองและแรงงาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง ทั้งนี้การหารือใช้เวลาประมาณ 40 นาที เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีถ้อยคำรุนแรงหรือข้อโต้แย้งระหว่างกัน

จากนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า เครือข่ายกลุ่มแรงงานสตรีได้ยื่นข้อเรียกร้อง ดังนี้ 1.ให้กระทรวงแรงงานตระหนักถึงสิทธิแรงงานสตรี โดยให้โครงสร้างกรรมการและไตรภาคี มีสัดส่วนของผู้หญิงเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งกระทรวงฯ ได้มีนโยบายให้สิทธิและความเท่าเทียมกันของแรงงานสตรี 2.กลุ่มฯ ขอจัดงานเนื่องในวันสตรีสากล วันที่ 8 มีนาคม 2561 ส่วนนี้กระทรวงแรงงานจะให้การช่วยเหลือ พร้อมกับสนับสนุนงบประมาณในการกิจกรรมของกลุ่มเครือข่าย หากไม่สามารถจัดสรรในปีงบประมาณ 2561 ก็ได้จะจัดสรรงบประมาณดำเนินการในปีต่อไป และ 3.เรียกร้องให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ครอบคลุมในสถานที่ทำงานและสถานประกอบการให้มากที่สุด ซึ่งมีความเห็นว่าพัฒนาการของเด็กเล็ก ตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึง 6 ขวบ มีความสำคัญมาก ช่วยให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถของมนุษย์ ขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีนโยบายส่งเสริมศูนย์เด็กเล็กแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการส่งเสริมให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั่วประเทศกว่า 4 หมื่นแห่ง โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม จะมอบหมายเป็นนโยบายให้กระทรวงแรงงานร่วมดำเนินการต่อไป

“นอกจากนี้ กลุ่มฯ ยังมีข้อเรียกร้องเร่งด่วน เพื่อให้มีการคุ้มครองครองและส่งเสริมสวัสดิการแก่แรงงานที่มีข้อพิพาท ได้แก่ 1.นางอภันตรี เจริญศักดิ์ ในนามของคณะผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานอาหารและบริการประเทศไทย ซึ่งเป็นลูกจ้างเคเอฟซี ถูกเลิกจ้าง หลังบริษัทย่อยของกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการเฟรนไชส์ร้านเคเอฟซี จากบริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) และ 2.กลุ่มสหภาพแรงงานงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ จากลูกจ้างบริษัท เอส พี เค มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จ.สมุทรสาคร ค้างค่าจ่ายลูกจ้างกว่า 70 คน จึงขอเร่งรัดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างทั้งหมด โดยทั้งหมดนี้ผมได้รับทราบปัญหาแล้ว หลังจากนี้จะนำเข้าวาระประชุมผู้บริหารเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว