เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) พิจารณาวาระข้อเสนองบประมาณหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า บอร์ดสปสช.ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบการเสนอของบประมาณปี 2562 เพื่อเสนอครม. ต่อไป
โดย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวเสนอที่ประชุมบอร์ดสปสช. ถึงการจัดทำงบประมาณปี 2562 เสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ในส่วนของการทำงบประมาณ จะพิจารณาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งล่าสุดเก็บข้อมูลปี 2560 เพื่อประกอบการพิจารณาของบประมาณปี 2562 โดยในปีงบประมาณ 2562 ภาพรวมงบประมาณที่จะเสนอคือ 193,922.1425 ล้านบาท โดยรวมทั้งงบเหมาจ่ายรายหัว งบค่าบริการอื่นๆ และงบเพิ่มเติมเฉพาะกรณี ทั้งนี้ หากแยกงบกองทุนบัตรทองจะอยู่ที่ 176,561.3815 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 156,019.6224 ล้านบาทในปี 2561
“โดยปีนี้เสนอเพิ่ม 20,541.76 ล้านบาท โดยงบดังกล่าวรวมเงินเดือนภาครัฐขั้นปกติในระบบแล้วคือ 47,314.9645 ล้านบาท ดังนั้น จะเหลือเงินที่อยู่ในกองทุนสปสช.อยู่ที่ 129,246.4170 ล้านบาท ซึ่งหากคิดเป็นอัตราค่าเหมาจ่ายรายหัวจะอยู่ที่ 3,641.70 บาทต่อประชากร จากประชากรทั้งหมดที่ 48.575 ล้านคน ซึ่งมากกว่าปี 2561 จำนวน 437.50 บาท โดยปีงบประมาณ 2561 ได้รับงบเหมาจ่ายรายหัวอยู่ที่ 3,197.32 บาทต่อประชากร” นพ.จเด็จ กล่าว
นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า สำหรับการคำนวณงบประมาณปี 2562 กรณีงบเหมาจ่ายรายหัว จะแบ่งออกเป็น บริการผู้ป่วยนอกทั่วไป ผู้ป่วยในทั่วไป บริการกรณีเฉพาะ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ บริการแพทย์แผนไทย ค่าบริการทางการแพทย์ เงินช่วยเหลือผู้รับบริการและผู้ให้บริการ และบริการจ่ายตามคุณภาพผลงานที่บริการเพิ่มขึ้น ซึ่งหลักๆงบที่เพิ่มขึ้นจะอยู่ที่ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน โดยปัจจัยที่ทำให้งบเพิ่ม เนื่องจากเงินเฟ้อ เงินเดือน รวมทั้งเงินเฟ้อด้านค่าจ้าง เงินเฟ้อด้านยา ที่สำคัญคือ ปริมาณงานเพิ่ม จากอัตราการเข้ามาใช้บริการเพิ่มนั่นเอง
รองเลขาธิการสปสช. กล่าวอีกว่า นอกจากการจัดทำข้อเสนอของบประมาณปี 2562 สำหรับปีนี้ สปสช. ยังเตรียมปรับปรุงรูปแบบการคำนวณกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมหรือ DRG ของรพ.ต่างๆ จากเวอร์ชั่น 5 เป็นเวอร์ชั่น 6 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สปสช.กำลังพิจารณาร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องการหากลไกดูแลผู้ป่วยระยะพักฟื้น เนื่องจากเมื่อผู้ป่วยเจ็บป่วยเฉียบพลัน เช่น เส้นเลือดสมองแตก แต่เมื่อได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องพักฟื้นนั้น ก็ควรมีกลไกดูแลพวกเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษารูปแบบการจ่ายเงินอยู่ภายในเดือนมกราคมนี้

