เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 มกราคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เหล่ากาชาดบึงกาฬ และองค์การหน่วยงานราชการเเละเอกชน ร่วมจัดเเถลงข่าวการจัด “งานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬ 2561” ระหว่างวันที่ 17-23 มกราคม ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้นับเป็นงานยางพาราเอ็กซ์โปครั้งใหญ่ที่สุดในอีสานที่จัดมาต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้เเนวคิด “ศาสตร์พระราชารุ่งเรือง เมืองศูนย์กลางยางพารา เกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า เปิดประตูการค้าอินโดจีน”
นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เเละประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน เเละส่งเสริมความสัมพันธ์ กล่าวว่า ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย เป็นผลผลิตหลักตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มีส่วนสำคัญต่อจีดีพีของประเทศในภาพรวม สำหรับราคายางนั้นขึ้นอยู่กับตลาดโลก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครเป็นนายกรัฐมนตรี เเต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการในเรื่องการเเปรรูป ดังนั้นยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในทุกยุคทุกรัฐบาล เน้นเอาวัตถุดิบมาแปรรูป
นายพินิจกล่าวอีกว่า จังหวัดบึงกาฬมีความเหมาะสมในการปลูกยางพาราอย่างมาก วันนี้ไม่จำเป็นต้องโค่นหรือจำกัดการปลูกยางพารา เพราะอุปสงค์เเละอุปทานของยางพารามีความใกล้เคียงกันมาก โดยการผลิตทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 4 ล้าน 3 แสนตัน ส่วนการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 4 ล้าน 4 แสนตัน ซึ่งการโค่นหรือการจำกัดการปลูกเป็นการเเก้ปัญหาเฉพาะหน้า การเเก้ปัญหาระยะยาวจะต้องมุ่งในเรื่องการแปรรูป
“ต้องหันมาส่งเสริมในการแปรรูป อย่าทำเฉพาะต้นน้ำ แต่ต้องพัฒนาไปสู่กลางน้ำและปลายน้ำ จึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งตอนนี้ชาวสวนยางภาคอีสานมีความรู้จากการจัดงานวันยางพาราตั้งเเต่ครั้งเเรกที่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาให้ความรู้ เพราะเรื่องของยางไม่ใช่เรื่องยางพาราอย่างเดียว เเต่มีเรื่องของนวัตกรรมด้วย หลายรายเข้ามาเรียนรู้ประสบความสำเร็จ”

นายพินิจกล่าวอีกว่า การจัดงานยางพาราที่ผ่านมาเน้นเรื่องการรวมกลุ่มเกษตรกร เน้นเรื่องการส่งเสริมการแปรรูปให้ความรู้ความเข้าใจ ซึ่งเราดีใจมากเพราะจากการจัดงานวันนั้นจนถึงวันนี้เกิดโรงงานเล็กๆ ขึ้นมาหลายโรงงาน จากการกระตุ้นเเละส่งเสริม ยังมีกลุ่มธุรกิจจากประเทศจีนที่เข้ามาก็เกิดจากการจัดงานวันยางพาราด้วยเช่นกัน ซึ่งการนำภาคธุรกิจกับภาคเกษตรกรให้มาพบกันทำให้เกิดความคิด เกิดโครงการ เกิดความร่วมมือกัน นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือของประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นประเทศที่ปลูกยาง รวมถึงภาคธุรกิจอีกหลายประเทศที่มีส่วนร่วมเรื่องยางพาราเช่น อินเดีย ด้วย
“การจัดงานในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวบนเวทีที่บึงกาฬว่า เป็นต้นเเบบของประชารัฐ เนื่องจากงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬเป็นความร่วมมือของภาครัฐเเละประชาชนที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ยังถือว่าเป็นลำดับต้นๆ ของความร่วมมือที่ดีมาก สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 เป็นการเปิดศักราชใหม่ของยางพาราราบึงกาฬ เรื่องการเเปรรูปที่สนองต่อนโยบาย 4 ของรัฐบาลด้วย” นายพินิจกล่าว
นายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬครั้งนี้คือครั้งที่ 6 เราผ่านวัฏจักรของความรุ่งเรืองเเละตกต่ำของราคายางมาทุกครั้งที่จัดงาน แต่ที่สวนทางกับวัฏจักรราคาคือขนาดของการจัดงานเเละความร่วมมือในการจังงานที่มีเเต่ขยายตัว ซึ่งในฐานะของผู้สังเกตการณ์และมีส่วนในการร่วมจัดงานอยู่บ้าง คิดว่าเราประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อนในการจัดงานทุกครั้ง

“จากงานระดับจังหวัดถึงวันนี้งานยางบึงกาฬก้าวไปเป็นงานระดับประเทศเเละระดับระหว่างประเทศ และไม่ได้เป็นงานสนุกสนานพบปะพูดคุยแต่กลายเป็นช่องทางในการพัฒนาเเละขยายโอกาสของพี่น้องเกษตรกรสวนยางทั้งในจังหวัดบึงกาฬเเละจังหวัดรอบข้าง ซึ่งกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากงานที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือความร่วมมือของภาคประชาชนเเละราชการจังหวัด ตลอดจนความพยายามที่จะพัฒนาเเละยกระดับ ทั้งรายได้เเละความสามารถ รวมถึงการพึ่งตัวเองของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงานแปรรูป ทั้งขั้นกลางถึงปลายน้ำของสหกรณ์ที่ร่วมกับจังหวัดทำขึ้นมา นี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเเละเป็นผลพวงจากความร่วมมือความเข้าใจจากการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งเราหวังว่างานที่จัดต่อเนื่องทุกปีจะช่วยหรือเป็นหลักประกันที่จะทำให้ความเสี่ยงของเกษตรและประชาชนทั่วไปลดลง ทำให้โอกาสทั้งด้านเศษฐกิจเเละด้านอื่นๆ ของคนบึงกาฬเเละรอบข้างดีขึ้น และในอนาคตเราเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือของประชาชน หน่วยราชการเเละเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนงานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬจะยิ่งพัฒนาเเละยกระดับดีขึ้นกว่านี้เรื่อยไป” นายฐากูรทิ้งท้าย
นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เผยว่า ในส่วนของการจัดงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬ มีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับจังหวัดบึงกาฬ เพราะมีส่วนการยกระดับศักยภาพในการพัฒนา เช่น การเกษตร ให้พัฒนาไปสู่การเกษตรก้าวหน้า เพื่อพี่น้องประชาชน ซึ่งจังหวัดบึงกาฬเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการจัดงาน เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทางอารยธรรม ทั้งยังมีพื้นที่ติดกับ สปป.ลาว กว่า 120 กิโลเมตร จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดงาน ตลอดจนสามารถทำการค้าระหว่างประเทศได้
นายพิสุทธิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้กว่า 1.7 ล้านไร่ ในจังหวัดบึงกาฬ เป็นพื้นที่ปลูกยางพารา ซึ่งลงทะเบียนแล้วจำนวน 905,000 ไร่ นอกจากนั้นเป็นพื้นที่การปลูกข้าว พืช และผลไม้ เพราะฉะนั้นยางพาราจึงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ การจัดงานวันยางพาราฯจึงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับพี่น้องชาวสวนยาง

ผู้ว่าฯบึงกาฬกล่าวเสริมว่า ในปี 2562 จะมีการจัดสร้างสะพานมิตรภาพไทยลาว เพราะฉะนั้นการจะเชื่อมโยงการค้า การลงทุน ระหว่างประเทศไทย กับลาว เวียดนาม และประเทศจีนตอนใต้ จะง่ายขึ้น โดยทางจังหวัดพยายามยกระดับและพัฒนาให้จังหวัดบึงกาฬเป็นศูนย์กลางยางพารา และก่อให้เกิดอุตสาหกรรมด้านยางพารา
ส่วนด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านยางพาราที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล สิ่งสำคัญสุดคือต้องรู้จักการแปรรูป และมีความรู้ใหม่ๆ เรื่องนวัตกรรม โดยมีการเริ่มต้นในทุกภาคส่วนแล้วว่า ผู้ผลิตต้องคำนึงถึงต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะหากให้ความสำคัญเฉพาะต้นน้ำก็จะไม่สมดุล ต้องเข้าใจกลางน้ำ เช่น การแปรรูป ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่า และปลายน้ำคือเรื่องการตลาด ซึ่งมีอยู่ในนโยบาย
“ในอนาคตของจังหวัดบึงกาฬ หวังไว้ว่าจะเปิดพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ เป็นอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งส่งผลให้การคมนาคมและการขนส่งโลจิสติกดีขึ้นตามไปด้วย ซึ่งในตอนนี้การเดินทางมายังบึงกาฬอาจจะค่อนข้างไกล แต่ในอนาคตมีโอกาสที่จะขยายตัวเพิ่ม เช่น สนามบินประจำจังหวัดบึงกาฬ และคาดการณ์ไว้ว่าในการจัดงานวันยางพาราฯครั้งต่อไปจะยกระดับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ” นายพิสุทธิ์กล่าว
นายนิพนธ์ คนขยัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ในปีเเรกตนบอกเลยว่าไม่จัด จะจัดทำไม ยาง 4 กิโลร้อยบาท เเต่ตอนนี้ถ้าไม่มีงานวันยางพาราตอนนั้นก็ไม่มีโรงงานหมอนยางพาราบึงกาฬเกิดขึ้น เเละต้องขอบคุณบริษัทรับเบอร์วัลเลย์กรุ๊ป จากประเทศจีนที่ให้ทิศทางเรื่องการเเปรรูป พร้อมมีตลาดเปิดรับช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง
“ดังนั้น ยุทธศาสตร์ของบึงกาฬตอนนี้คือการเเปรรูปเพิ่มมูลค่า ซึ่งวันนี้จังหวัดบึงกาฬได้งบประมาณจากรัฐบาล 192 ล้านบาท สำหรับตั้งโรงงานเพื่อเเปรรูปยางพารา 6 โรงงาน เป็นโรงงานของประชาชน ซึ่งยุทธศาสตร์ของผมจะทำให้คนบึงกาฬมีความสามารถในการยกระดับเเละแปรรูปยางพาราทุกวิถีทาง โดยมีอาจารย์ณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสากหกรรมยาง จากสถาบันวิจัยยางพารา อาจารย์ระพีพรรณ แดงตันกี อาจารย์เเละนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เเละอาจารย์จากสถาบันต่างๆ มาเป็นพี่เลี้ยง เป็นที่ปรึกษาเเละให้ความรู้” นายนิพนธ์กล่าว

นายเฉิน หู้เซิง (โทนี่ เฉิน) ผู้อำนวยการ ฝ่ายประเทศไทย บริษัท รับเบอร์ วัลเล่ย์ กรุ๊ป จำกัด ประเทศจีน กล่าวว่า ตลาดหมอนยางพาราในเมืองจีนกำลังพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง และมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเยอะมาก โดยส่วนหนึ่งอาศัยการทำการค้าออนไลน์ในการซื้อผลิตภัณฑ์โอท็อปของไทยไปขายต่อในประเทศจีน จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การแปรรูปวัตถุดิบยางพาราเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ผู้อำนวยการใหญ่ของหน่วยงานศูนย์วิจัยและยางรถยนต์แห่งชาติ มลฑลชิงเต่า ประเทศจีน หน่วยงานที่คอยดูแลเรื่องยางพาราและยางรถยนต์ของประเทศจีน จะเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ และจะเป็นการเริ่มต้นการลงทุนก้าวใหม่ในประเทศไทย
“ความแตกต่างระหว่างงานวันยางพาราฯ กับที่อื่นคือ ผู้มาร่วมงานคือเจ้าของสวนยางมาเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่พิเศษมาก และไฮไลต์ในปีนี้ที่นำมาเป็นการยกอุตสาหกรรมแปรรูปธุรกิจยางทั้งระบบมานำเสนอ โดยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อาทิ โรงงานแปรรูปยาง ยางแท่ง บริษัทผลิตล้อรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศจีน และบริษัทโลจิสติกที่มีประสบการณ์ชิปปิ้งให้กับนายทุนจีนที่มาลงทุนในไทยมากกว่า 10 ปี เป็นต้น”
นายชุติเดช ทองอยู่ กรรมการตัดสินไทยแลนด์ลูกทุ่งคอนเทสต์ 2018 กล่าวว่า เป็นปรากฏการณ์ใหม่ ซึ่งหลายๆ ที่อยากจัดแต่ยังไม่เคยเกิดขึ้น และเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจว่า เมื่อส่งคำเชิญไป ทุกโรงเรียนตอบรับเข้าร่วมงานประกวด โดยแต่ละทีมคือแชมป์ของแต่ละภาค เช่น โรงเรียนจ่านกร้อง ที่ตั้งแต่ได้แชมป์ ไม่เคยออกงานนอกบ้านมาก่อน และสิ่งที่การันตีว่าเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่คือคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ครูสลา ครูแดน ครูเรืองยศ ทำให้ทุกโรงเรียนอยากมาเข้าร่วมประกวด
“ส่วนตัวผมมองว่าตอนนี้เป็นงานวันยางพาราฯเป็นกึ่งๆเอ็กซ์โปแล้วนะ และมีศักยภาพที่จะเติบโตไปเป็นเอ็กซ์โปได้จริงๆ ไปทั่วประเทศก็ไม่เคยเจอแบบนี้”

นายสลา คุณวุฒิ กรรมการตัดสินไทยแลนด์ลูกทุ่งคอนเทสต์ 2018 กล่าวเสริมว่า ในการจัดงานวันยางพาราฯ ครั้งนี้มองไปที่เรื่องแรงบันดาลใจ เปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออก ซึ่งในครั้งนี้เป็นการการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้จัดงานที่สามารถดึงแชมป์จากทุกภาคไปร่วมประกวดได้ และในฐานะที่เป็นคนประพันธ์บทเพลง ‘ครั้งหนึ่งที่บึงกาฬ’ ครูสลากล่าวเสริมว่า พอดูแผนที่พบว่าบึงกาฬมีอะไรที่น่าสนใจมาก เช่น อยู่ใกล้ชิดกับแม่น้ำโขง ปากซัน และบึงโขงหลง จึงเป็นแผ่นดินที่งดงามและมีเสน่ห์ รวมถึงมีงานดีๆ ที่บอกย้ำไปในสังคมว่า เวลามองตัวเองอย่ามองด้วยความหดหู่ ให้จุดประกายในเชิงบวก เช่น ในหลายปีที่ป่านมาเวลาพูดถึงยางพารา ก็จะมีแต่เรื่องราคาตก หดหู่ แต่งานครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าบึงกาฬไม่ยอมแพ้ เรายังมีความหวัง เป็นจุดบรรจบกันระหว่างการเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว
นายกมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้สนับสนุนการประกวดวงดนตรีลูกทุ่งคอนเทสต์ 2018 กล่าวว่า งานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬเป็นงานที่จัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรได้รับการส่งเสริมจากภาคเอกชนซึ่งเรามองในภาคอีสานอยู่พอดี นอกจากนี้กิจกรรมทางสังคมของเราที่ผ่านมาก็ได้ทำกิจกรรมกับเยาวชนพอสมควร ทั้งกิจกรรมร้องเพลงเพื่อชีวิต ของแอด คาราบาว เเละกิจกรรมกีฬา สำหรับงานวันยางพาราพอได้ยินว่าเป็นงานที่เป็นการประกวดวงดนตรีลุกทุ่งระดับประเทศก็รู้สึกสนใจเเล้ว ก็คาดหวังว่าการร่วมงานครั้งนี้จะทำให้คนบึงกาฬได้ใกล้ชิดกับเรามากขึ้น นอกจากนี้ในงานวันยางพาราเเละกาชาดบึงกาฬคาราบาวแดงจะออกบูธเล่นเกมร่วมสนุกในงานครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในงานยังมีตัวเเทนจากภาคต่างๆ ที่เตรียมนำนวัตกรรมไปจัดแสดงที่บึงกาฬด้วย อาทิ “การยางแห่งประเทศไทย” ที่จะนำเรื่องของถนนยางพาราซึ่ง ร่วมกับ มจพ. โดยหลังจากนี้หน่วยงานราชการสามารถนำสูตรไปทำถนนได้ ขณะเดียวกันจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทำร่วมกับหน่วยงานราชการอีกหลายที่มาจัดเเสดง, “ศูนย์เทคโนโลยีโลหะเเละวัสดุเเห่งชาติ” ครั้งนี้เป็นครั้งเเรกจะนำเทคโนโลยี 3 อย่าง คือ สารรักษาสภาพน้ำยางข้นที่รักษาสิ่งเเวดล้อม ยางล้อ เเละการใช้ยางธรรมชาติผสมสารเพื่อใช้เป็นไม้เทียม และเป็นครั้งเเรกที่สามารถนำน้ำยางมาทำเป็นไม้เทียม มีลักษะเบา ไม่ติดไฟ ปลวกไม่กิน มานำเสนอในงาน, “สวนนงนุช พัทยา” สัญจรไปจัดแสดงที่บึงกาฬ ในงานครั้งนี้ยังนำต้นไม้ที่จัดในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 อาทิ ต้นชะแนบทอง ต้นคิงออฟคิง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ที่ใช้ในงานพระราชพิธีเเละต้นไม้ในพระราชวังไปจัดแสดงในรูปแบบคล้ายกับพระเมรุมาศ, “กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม” กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมพร้อมให้ความรู้ตั้งเเต่ต้นน้ำ กลางน้ำ เเละปลายน้ำ รวมถึงการนำต้นยางมาใช้ทำพลังงานทดเเทน มีเทคโนโลยีไปแสดงให้เห็นว่าตัวไม้หลังได้น้ำยางเเล้วจะนำมาทำอะไรได้อีกด้วย, “นวัตกรรมมีดกรีดยางนกเงือก” เตรียมนำนวัตกรรมมีดกรีดยางรูปแบบใหม่ไปจัดเเสดง พร้อมจัดการประกวดกรีดยางเเละออกเเบบด้ามมีดกรีดยาง, “บริษัท อีซูซุ ประเทศไทย” ร่วมออกบูธ และ “นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน” เตรียมพืชผลเกษตรกว่า 100 สายพันธุ์ มาจัดนิทรรศการ

