เมื่อเวลา15.30 น. วันที่ 8 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) น.ส.น้ำฝน บุปผา อายุ 26 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว พร้อมผู้เสียหายแชร์ลงทุนบ้านศศิรวม10คน เข้าพบ พ.ต.ท.สุณัฐพล นิรมิตศุภเชษฐ์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.5 บก.ปอศ. เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับน.ส.อ้อม (นามสมมุติ) ที่เปิดแชร์บ้านศศิ ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ หลอกให้ร่วมลงทุน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า12ล้านบาท

น.ส.น้ำฝน เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายจากทั่วประเทศที่มอบอำนาจมาให้รวมกว่า30คน มูลค่าความเสียหายประมาณ20ล้านบาท สืบเนื่องจากตนเข้าร่วมลงทุนแชร์ผ่านไลน์ชื่อ “บ้านศศิ” โดยการชักชวนจากเพื่อนสมัยเรียนชื่อ น.ส.อ้อม เริ่มลงทุนตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2560 โดยน.ส.อ้อม บอกว่าหากลงทุนจำนวนตั้งแต่ 10,000 บาท จะได้รับผลตอบแทนร้อยละ10ต่อ7วัน จึงลงทุนไปประมาณ5แสนบาท เพราะเห็นว่าได้ผลตอบแทนดีและไม่ต้องรอนาน อีกทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนมัธยมศึกษาย่านลาดกระบัง พอถามว่าเอาเงินไปทำอะไร น.ส.อ้อม อ้างว่าจะนำเงินที่ได้ลงทุนไปปล่อยกู้นำผลกำไรมาจ่ายให้ จึงไว้ใจและร่วมลงทุนด้วย ในกลุ่มไลน์ดังกล่าวมีสมาชิกที่ถูกชักชวนต่อๆกันจำนวน 129 คน นอกจากนี้ น.ส.อ้อม มักชักชวนผ่านทางข้อความส่วนตัวของแต่ละคน เพื่อหลอกให้ร่วมลงทุนในกลุ่มย่อย โดยจะปันผลกำไรให้ทุก3-7วันด้วย
น.ส.น้ำฝน กล่าวต่อว่า ระหว่างที่ร่วมลงทุนตนและสมาชิกในกลุ่มไลน์อีกหลายคนยังไม่เคยได้ผลกำไรหรือถอนเงินต้นคืนเลย จนกระทั่งวันที่ 27 ธันวาคม 2560 เป็นช่วงใกล้ปีใหม่ มีสมาชิกถอนเงินต้นและผลกำไรมาก ทางน.ส.อ้อมส่งข้อความทางกลุ่มไลน์ไม่ให้สมาชิกถอนเงินต้นและให้ช่วยลงทุนเพิ่มเพื่อพยุงให้กลุ่มอยู่รอด ผู้เสียหายจึงทยอยส่งข้อความไปสอบถาม ในช่วงเช้าน.ส.อ้อม ยังมีการเคลื่อนไหวตอบข้อความอยู่ จนถึงช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ไม่ตอบข้อความแล้วหายไป เมื่อกลุ่มผู้เสียหายบอกว่าหากไม่ได้รับเงินคืนจะไปแจ้งความดำเนินคดี กลับถูกข่มขู่จากญาติของน.ส.อ้อมว่าจะแจ้งความกลับ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้เสียหายและรับเรื่องไว้ตรวจสอบ โดยขอให้กลุ่มผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานมาให้เพิ่มเติมอีกครั้ง จากนั้นจะพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ดำเนินคดีของบก.ปอศ. ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 หรือไม่ หากไม่เข้าหลักเกณฑ์จะให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความในพื้นที่เกิดเหตุต่อไป

