สาวร้องกองปราบฯเอาผิดคนร้าย สวมบัตรเปิด’9 บัญชี’ เอี่ยวคอลเซ็นเตอร์

9.01.18 | 11:54 น.

จากกรณีที่ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ วัย 24 ปี ถูกขโมยกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรประชาชนอยู่ และถูกคนร้ายลักลอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารถึง 9 บัญชี ก่อนจะพบว่าบัญชีทั้งหมดมีการนำไปใช้ในการกระทำในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ จนมีการพยายามเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับสถานีตำรวจในแต่ละพื้นที่ และต่อมามีการเข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจกับกองปราบปราม แต่ถูกจับกุมและส่งตัวไปให้ สภ.บ้านตาก จ.ตาก เนื่องจากมีหมายจับในคดีฉ้อโกงทรัพย์

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ณิชากล่าวว่า ในวันนี้ ได้เดินทางมาพร้อมพี่สาว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีและนำบัญชีไปใช้ในการกระทำความผิดหลอกลวงประชาชน โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้เปิดบัญชีที่ถูกนำไปใช้กระทำผิด ก่อนจะทราบว่าในวันที่ 28 ธันวาคม ว่าตนเองมีหมายเรียก แต่วันนั้นตนเองไม่อยู่บ้าน ก่อนที่จะมีตำรวจเดินทางมาพร้อมหมายจับมาติดต่อที่บริษัทที่ทำงานเพื่อตามตัว แต่ตนเองไม่อยู่ จึงตัดสินใจเข้าพบกองปราบปรามในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 6 มกราคม เพื่อจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวและส่งไปยังจังหวัดตาก ก่อนที่ตำรวจังหวัดตากจะส่งตัวฝากขัง และศาลไม่ให้ประกันตัว ซึ่งต่อจากนี้ จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับคนที่นำบัตรของตนเองไปใช้ในการกระทำ และในส่วนของทางธนาคาร ก็อยากขอให้ทางธนาคารให้มีความรัดกุม ในการรับเปิดบัญชีหรือมีการตรวจสอบใบหน้า และหลักฐานของผู้เปิดบัญชี เพราะบัตรประชาชนที่คนร้ายนำไปใช้มีการแจ้งยกเลิกและทำบัตรใหม่ไปแล้ว เพื่อป้องกันการถูกสวมบัตรประชาชนแบบตนเอง

ขณะที่ น.ส.ปุญญาดา ก๊กมา พี่สาว ตั้งข้อสังเกตถึงการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดตากว่า เหตุใดถึงมีการทำสำนวนว่ามีการจับกุมตัวน้องสาวตนเอง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว น้องสาวตนเองเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามด้วยตนเอง แต่ในใบสำนวนไม่ปรากกฏว่าน้องสาวตนเองเดินทางเข้าพบ รวมถึงสำนวนการสอบสวนยังไม่มีความละเอียดรอบคอบ และไม่มีการสอบปากคำเพิ่มเติม หลังได้รับตัวจากกองปราบปราม แต่ส่งตัวน้องสาวตนเองไปฝากขังต่อศาลทันที