แทบทุกปีจะมีเหตุสลดที่คนจะขึ้นสะพานต่างๆ เพื่อกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตาย ในปี 2561 เพียงกี่วัน ก็เกิดเหตุสลดคนกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตายต่อเนื่องกันติด
ทั้งกรณี น.ส.นิตยา สวัสดิวรรณ หรือน้องเคลียร์ อายุ 18 ปี ที่ว่าจ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้มาส่งบนสะพานพระราม 8 และขึ้นไปบนราวสะพาน โดยให้คนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างถ่ายไลฟ์ผ่านมือถือของฝ่ายหญิง ที่ตัดพ้อต่อว่าเรื่องความรัก ก่อนจะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 2 มกราคม ก่อนจะพบศพในอีก 2 วันต่อมา
ผ่านมาไม่กี่วัน นายสนั่น วิริยะสกุลกิจ ลุงอายุ 74 ปี นั่งรถแท็กซี่ไปส่งที่สะพานกรุงเทพ แล้วกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตาย เมื่อเช้าวันที่ 5 มกราคม เพราะเครียดจากโรคร้ายที่รุมเร้า
จึงมีข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใดคนเราต้องการไลฟ์สดฆ่าตัวตายให้คนอื่นได้รับรู้ และมีคำถามถึงมาตรการป้องกันไม่ให้คนมากระโดดสะพานลงเจ้าพระยาฆ่าตัวตาย
นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ อธิบายถึงสาเหตุการไลฟ์สดฆ่าตัวตายว่า จริงๆ น่าจะมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ส่วนหนึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนการขอความช่วยเหลือให้คนที่รู้จักได้ดำเนินการช่วยเหลือ หากเรากำลังท่องเน็ตแล้วเห็นคนไลฟ์สดทำร้ายตัวเอง อย่างแรกคือ ต้องตั้งสติก่อน และระลึกว่าสิ่งที่เห็นเป็นการกระทำที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยมีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาแล้ว ในฐานะประชาชน หากเป็นเพื่อนมีช่องทางติดต่อก็ให้รีบติดต่อเพื่อรับฟังและช่วยเหลือ แต่หากไม่ใช่คนที่รู้จักให้โทรหาหน่วยงานที่จะช่วยเหลือ เช่น 191 เพราะเป็นหน่วยงานที่ตรงที่สุดที่จะไปช่วยเหลือได้ทันการณ์
ทั้งนี้ วิธีอีกอย่างคือ การขอให้แอดมินบางเพจช่วยเหลือ เพราะเคยช่วยสำเร็จมาแล้ว แต่ก็ถือเป็นดาบสองคมทำให้คนเห็น และเลียนแบบพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงในวงกว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม การไลฟ์สดทำร้ายตัวเองที่พบมากขึ้นอาจเกิดจากพฤติกรรมการเลียนแบบ เพราะโดยปกติแล้วพฤติกรรมของมนุษย์มีการเลียนแบบกันวงกว้างอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายตัวเองหรือคนอื่น โดยพฤติกรรมความรุนแรงเป็นพฤติกรรมที่ลอกเลียนแบบกันได้ และทำกันมานาน แต่ปัจจุบันทุกคนสามารถเป็นสื่อได้ด้วยตัวเองสามารถไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กได้ ยิ่งทำให้เกิดการเข้าถึงสื่อได้มากขึ้น
สำหรับการสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่กำลังคิดทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายนั้น มี 3 สัญญาณเตือน 1.ทางกาย เช่น การเก็บตัว ซึมลง ไม่สุงสิงกับใคร การหมกมุ่นกับตัวเอง 2.ทางวาจา เช่น จะมีการบ่นว่าไม่อยากอยู่ สิ้นหวัง ไม่มีใครสามารถช่วยตนจากห่วงความคิดได้ และ 3.การบ่นทางโซเชียล เช่น ไปโพสต์ทำนองทนไม่ไหว จะไม่ทน ไม่อยากอยู่ไม่มีใครช่วยได้หาทางออกไม่ได้
“หากเห็นคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมดังกล่าวก็ให้รีบสอบถาม เพื่อให้คนโพสต์ได้ระบาย ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ แค่พูดคุยก็ช่วยได้ และอย่ามองว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ เพราะจริงๆ แล้วเขาต้องการความช่วยเหลือ” นพ.ณัฐกร สรุปพร้อมข้อแนะนำ
ส่วนมาตรการป้องกันไม่ให้คนกระโดดสะพานลงแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตายนั้น
ธิติ ทรงเจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธากรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งรับผิดชอบดูแลสะพานพระราม 8 แจกแจงว่า การดูแลด้านความปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นสะพานในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด โครงสร้างของสะพานทุกแห่งมีการป้องกันอุบัติเหตุไว้อยู่แล้ว เช่น ที่สะพานพระราม 8 กทม.ทำราวสะพานทั้งสองฝั่งสูงเหนือระดับเอว เพื่อป้องกันการพลัดตก เนื่องจากบนสะพานมีช่องทางสำหรับให้เดิน และมีกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) ไว้สำหรับดูสภาพการจราจร และป้องกันเหตุ
“แต่กรณีมีคนกระโดดสะพานฆ่าตัวตายนั้น อยู่เหนือการควบคุม เพราะเป็นอารมณ์ชั่ววูบของผู้ก่อเหตุ ณ ขณะนั้น ไม่มีใครคาดคิด หากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหามาตรการป้องกันการฆ่าตัวตาย กทม.ทำได้เพียงติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม แต่การเพิ่มตาข่ายหรือรั้วให้สูงขึ้นเพื่อกันการพลัดตก คงเป็นไปไม่ได้ เพราะจะทำให้ทัศนียภาพของสะพานไม่สวยงาม และไม่มีที่ไหนทำกัน” ธิติอธิบายพร้อมเสริมว่า ตั้งแต่รัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหาร ที่สะพานพระราม 8 จะมีตำรวจและทหารหมุนเวียนไปประจำการตลอดเวลา แต่ช่วงที่เกิดเหตุคนกระโดดสะพาน ก็ยังพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้
ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฏฐกิตติ์ ศิริวงศ์ถวัลย์ รองผกก.ป.สน.ปากคลองสาน ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมามีประชาชนกระโดดสะพานลงแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตายกันมากขึ้น จึงต้องมีการป้องกันเหตุ ทาง สน.ปากคลองสานทำอยู่เป็นประจำ แต่จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ในการตรวจตราสะพาน พื้นที่ของ สน.ปากคลองสาน จะมี 4 สะพานคือ สะพานตากสิน สะพานพุทธ สะพานพระปกเกล้า และสะพานพระราม 3
“ในการตรวจประจำวันนั้นจะให้เจ้าหน้าที่สายตรวจขึ้นตรวจตราบริเวณดังกล่าว 2 ครั้งต่อผลัด นอกจากนี้ในเวลาช่วงเวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเข้าตรวจสอบด้วยเพื่อป้องกันการเกิดเหตุดังกล่าว สำหรับสะพานพระราม 3 จะมีการตรวจน้อยเนื่องจากสะพานดังกล่าวไม่สามารถให้ประชาชนขึ้นไปเดินได้ อีกทั้ง ยังมีมาตรการไม่ให้รถจักรยานยนต์จอดบริเวณบนสะพาน ต้องลงไปจอดบริเวณด้านล่างในทุกๆ สะพาน” รอง ผกก.ป.สน.ปากคลองสานสรุปถึงมาตรการป้องกันเหตุ
ด้าน พ.ต.อ.ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ผกก.สน.บุคคโล บอกว่า กรณีคนกระโดดสะพานฆ่าตัวตายนั้น จะต้องเพิ่มมาตรการป้องกันและปราบปราม โดยตรวจสะพานต่างๆ ให้มากขึ้น อีกทั้งต้องหมั่นสังเกตประชาชนบนสะพานหากมีการนอนค้างแรมอยู่ ควรเข้าไปชี้แจงว่าไม่สามารถกระทำได้ หรือบุคคลที่มีอาการเหม่อลอยควรเข้าไปพูดคุยจะได้รู้ว่าบุคคลดังกล่าวนั้นมีปัญหาอะไรหรือไม่ จะได้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
เป็นคำอธิบายถึงเหตุคนไลฟ์ทำร้ายตัวเอง-ฆ่าตัวตาย และมาตรการป้องกันเหตุคนกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตาย ที่ทั้งประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันมิให้เกิดเหตุสลดซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก

