‘ปนัดดา’พูดครั้งแรกนั่งผช.รมต.ประจำนายกฯ’บางเรื่องอยากพูดแต่ไม่ควร’-เป็นขรก.ในหลวงไม่ใช่ขรก.การเมืองอาชีพ

9.01.18 | 16:55 น.

ที่พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายมีคณะครูอาจารย์เข้ามาสนทนาอย่างเป็นกันเองกับม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ประธานพิพิธภัณฑ์วังวรดิศ โดยตั้งคำถามระหว่างการเดินเข้าเยี่ยมชมวังที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งหม่อมราชวงศ์สังขดิศ ดิศกุล บิดาของหม่อมหลวงปนัดดา ได้เปิดขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเมื่อกว่า 40 ปีก่อน ว่า “จากกระทรวงศึกษาธิการไปรวดเร็วมาก ไม่มีใครตั้งตัวทัน ไม่ได้แม้แต่กล่าวคำร่ำลา ท่านมาอยู่ร่วม 1 ปี คิดถึงกันบ้างหรือเปล่า ?” โดยม.ล.ปนัดดาตอบว่า “มีหรือที่จะไม่คิดถึง ผมคิดถึงทุกท่านมาก แม้จนวันนี้ที่ผ่านไปแล้วหลายอาทิตย์ ผมเพียงไม่ได้พูดให้ครูอาจารย์ฟังเท่านั้น เพราะบางเรื่องอยากพูดแต่คิดว่าไม่สมควรพูด พูดไปก็แค่นั้น มันผ่านไปแล้ว และอีกอย่าง ผมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ข้าราชการการเมืองโดยอาชีพ ร่วมหนึ่งปีเต็มที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมอยากใช้คำว่า ผมทำงานในหน้าที่ไม่น้อยไปกว่าหรือแม้แต่จะ ‘มากกว่า’ เมื่อครั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ด้วยผมรักเคารพอาชีพของผู้เป็นครู ที่ถือเป็นบุคคลผู้มีบุญคุณใหญ่หลวง กับอีกเห็นเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดของชาติ คือ ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการแตกฉาน ความรอบรู้ที่ต้องมีการศึกษาวิจัยวิเคราะห์แต่ละกระบวนสาระวิชาที่ลูกหลานคิดจะเอาให้ได้ดีทางสายวิชานั้น ซึ่งครูอาจารย์จะต้องเป็นหลักชัยแห่งความสำเร็จ และการสร้างอุปนิสัยรักการอ่าน การเขียน การปลูกฝังหลักคุณธรรมจริยธรรมแก่ลูกหลานนักเรียน ซึ่งผมได้รับมอบหมายภาระหน้าที่สำคัญนี้จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าทำงานที่กระทรวงฯ ให้ติดตามประเมินผลโครงการโรงเรียนคุณธรรมร่วมกับมูลนิธิยุวสถิรคุณ มีเป้าประสงค์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพ และความยั่งยืนของการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา โดยเน้นการค้นหาแบบอย่างปฏิบัติที่มีคุณภาพ การเรียนรู้และเข้าใจง่าย มีความเป็นรูปธรรมที่ยั่งยืน ซึ่งผมมีความภูมิใจมาก เพราะพื้นฐานที่ดีทางความคิด และการกระทำ การมีคุณธรรมจริยธรรมย่อมนำพาลูกหลานนักเรียนไปสู่การพัฒนาคุณภาพของประชากรในทุกๆ ด้านอย่างครบถ้วน”

ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า “การเดินทางตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในหลายสิบจังหวัดในช่วงเวลา 11 เดือน ผมยอมรับว่าผมและทีมงานมีความตั้งใจแน่วแน่เพื่อหวังผลสัมฤทธิ์ที่เป็นเลิศ หาใช่เพียงเพื่อติดตามประเมินผลตามค่าตัวชี้วัดโรงเรียนคุณธรรมทั้ง 5 ประการ แต่ยังได้มีโอกาสพบปะกับผู้บริหาร สมาคมศิษย์เก่า ผู้ปกครอง ภาคเอกชนที่เข้าช่วยเหลือกิจกรรมโรงเรียน ตรวจเยี่ยมห้องสมุด พูดคุยกับศึกษานิเทศก์ ที่ ‘มาคส์ และสทูปส์’ (Marks & Stoops) ได้กล่าวถึงการนิเทศการศึกษาไว้ว่า ‘คุณค่าของการนิเทศการศึกษาอยู่ที่การพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนของครูอาจารย์ในแต่ละสถานศึกษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม ปัญหา และส่งผลสะท้อนไปถึงการพัฒนาลูกหลานนักเรียนด้วย ผมยังได้พบกับอธิการบดี, ครูอาจารย์, ครูผู้ช่วยใหม่, ฝ่ายปกครอง, อปท. กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และลูกหลานนักเรียน เพื่อพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ ที่ทางกระทรวงฯ ควรรับทราบโดยตรง และเรื่อง ‘ศาสตร์พระราชา’ ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อันถือเป็นหัวใจของโครงการโรงเรียนคุณธรรมของกระทรวงศึกษาธิการ ผมจากกระทรวงศึกษาธิการมาด้วยความผูกพันทางพันธกิจคือความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผมรักยิ่ง และยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ เช่นเดียวกับเมื่อครั้งผมอำลาจากพี่น้องชาว จ.นครปฐม, จ.เชียงใหม่ และข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เมื่อหลายปีก่อน”

อาจารย์ถามต่อว่า ตำแหน่งหน้าที่ไหนที่ ม.ล.ปนัดดา ภาคภูมิใจที่สุดตลอดห้วงเวลาของการรับราชการสนองพระเดชพระคุณ 37 ปี ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า “ผมเรียนท่านโดยแทบไม่ต้องคิด คือ ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ทำให้ผมได้สัมผัสปัญหา และพบปะพี่น้องประชาชนตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน, ตำบล, อปท. เป็นจำนวนมาก หน้าที่อื่นๆ ต่อจากนั้น ทั้งรองปลัดกระทรวง ปลัดสำนักนายกฯ ถือว่าผมได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา แสดงว่าท่านไว้เนื้อเชื่อใจเราในการทำงานที่เราถนัด เพราะผมไม่เคยทราบมาก่อนทุกครั้งตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯ แล้ว แม้แต่ครั้งนี้เมื่อผมพ้นมาจากกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งอีกครั้งหนึ่ง เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และให้ปฏิบัติราชการ ณ กระทรวงยุติธรรมและเรื่องอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นกระทรวงเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ผมถือเป็นเกียรติที่แม้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ยังได้มีโอกาสทำงาน สมดั่งพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับเรื่องคลังสมอง อันมีความหมายถึงข้าราชการบำนาญหากยังพอจะทำงานรับใช้สังคม รับใช้ประเทศชาติได้ สุขภาพเอื้ออำนวย ก็ขอให้ช่วยกัน โดยเฉพาะเรื่องการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคี และประสบการณ์อันหลากหลายที่แต่ละคนมี ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าฯ สถาบันข้าราชการไทยมาช้านานแล้ว”

“ผมขอขอบพระคุณคณะครูอาจารย์ทั้งสังกัด สพฐ., สกอ., สอศ. (การอาชีวะศึกษา) กลุ่มโรงเรียนสาธิตทั้ง 21 แห่ง และสถานศึกษาภาคเอกชนที่มีไมตรีจิตแก่ผม หยิบยื่นมิตรภาพ อีกทั้งความห่วงใย ที่มีต่อกันมายาวนานตั้งแต่ครั้งผมยังเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง ซึ่งหลายๆ ท่านเคยทำงานร่วมกันมา เป็นมิตรแท้ที่หวนกลับมาพบกันใหม่โดยไม่คาดคิด แม้เป็นช่วงเวลาไม่ยาวนาน แต่ผมก็มีความสุขใจที่ได้รับใช้กระทรวงศึกษาธิการ ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ด้วยความจงรักภักดี ผมมองว่าเป็นกระทรวงหลักอันมีภาระหน้าที่สำคัญที่สุดของแผ่นดินในการสร้างลูกหลานเยาวชน เพื่อให้ลูกหลานทั้งหลายเหล่านี้ไปสร้างชาติ ความขัดแย้งและความไม่ถูกต้องใดๆ ที่เรียกว่าธรรมาภิบาลทางการบริหารจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย กระทรวงศึกษาธิการต้องเป็นแบบอย่างอันดีงาม มีความถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นแก่ทุกส่วนราชการ สถานศึกษา และลูกหลานเยาวชน” ม.ล.ปนัดดา กล่าว