กระทรวงหมอเล็งตรวจ ‘สถานปฏิบัติธรรม’ หลังโซเชียลแชร์ ‘ดีท็อกซ์’ ผิดหลักทำคนตาย

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์

ตามที่กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสังคมออนไลน์ภายหลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความกรณีเพื่อนสมัยเรียนเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน โดยสันนิษฐานว่ามาจากการทำดีท็อกซ์ล้างพิษ ทั้งนี้ ผู้โพสต์เฟซบุ๊กยังระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลที่แข็งแรง มีสุขภาพดี ทำให้สงสัยว่าเพราะอะไรถึงเสียชีวิตอย่างกะทันหัน จนได้สอบถามไปทางพี่สาวผู้เสียชีวิต จนทราบว่าเพื่อนคนดังกล่าวมาล้างพิษที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ เพื่อทำการล้างพิษด้วยวิธีกินแต่ผลไม้ และน้ำมะพร้าว ผสมกับน้ำใบย่านาง ซึ่งได้ปฏิบัติเช่นนี้ประมาณ 2-3 วัน แต่หลังจากกลับบ้านก็เริ่มมีอาการปวดศีรษะ และเจ็บหน้าอก เมื่อสอบถามไปยังสถานปฏิบัติธรรมกลับได้รับคำตอบว่าเป็นอาการของการล้างพิษ ที่ร่างกายเริ่มขับพิษออกมา จากนั้นผู้เสียชีวิตเริ่มรู้สึกหิว แต่ก็ไม่ยอมกินอะไร เพราะย้ำว่าสูตรล้างพิษห้ามรับประทานแป้ง ต่อมาได้ไปนอนพัก กระทั่งเกิดอาการชักจนเสียชีวิตในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวยังระบุทิ้งท้ายว่า อยากให้ช่วยกันแชร์ถึงผลร้ายและผลเสียจากการล้างพิษโดยสูตรหรือวิธีการที่ไม่ใช่แพทย์ เพราะการทำดีท็อกซ์มีอันตรายจากการขาดน้ำ และขาดแร่ธาตุโพแทสเซียม ซึ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และหัวใจวายได้ จึงขอเรียกร้องกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตรวจสอบหลักสูตรและผู้ที่สอนว่ามีคุณวุฒิและวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตมากไปกว่านี้

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรณีดังกล่าวขอตรวจสอบก่อน ว่า สถานปฏิบัติธรรมที่ถูกกล่าวอ้างได้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลถูกต้องตามกฎหมายด้วยหรือไม่ จึงขอเวลาตรวจสอบก่อน หากได้ข้อมูลแล้วจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทันที อย่างไรก็ตาม การทำดีท็อกซ์นั้น จัดเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพ แต่ไม่ใช่การรักษา ผู้ที่ให้บริการจะต้องมีความรู้ ดังนั้น เมื่อเป็นทางเลือกการจะรับบริการก็ต้องพิจารณาดีๆ และตรวจสอบให้ถี่ถ้วนก่อน อย่างไรก็ตาม หากมีใครที่ได้รับผลกระทบ ขอให้แจ้งหรือร้องเรียนเข้ามาได้ที่ สบส. โทร 0-2193-7999

นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การล้างพิษนั้น ปัจจุบันไม่ได้มีกฎหมายควบคุมชัดเจน ซึ่งการล้างพิษหรือดีท็อกซ์จัดเป็นแพทย์ทางเลือกที่ต้องมีผู้มีความรู้ความชำนาญในการดำเนินการ เนื่องจากหากไม่ใช่ผู้รู้ จะมีความเสี่ยงต่อชีวิตได้ ในทางกลับกัน หากเป็นผู้รู้ผู้มีความชำนาญจะมีการประเมินร่างกายและจิตใจของผู้รับบริการว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ และจิตใจพร้อมจะทำการล้างพิษหรือไม่ เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนมีความจำเพาะไม่เหมือนกัน อย่างบางคนล้างพิษหักโหม ไม่รับประทานอะไร นอกเหนือจากสูตรที่คิดว่าดี แต่จริงๆ อาจทำให้เกิดภาวะขาดแร่ธาตุ โดยเฉพาะโพแทสเซียมซึ่งอันตรายมาก จะส่งผลต่อระบบหัวใจให้ทำงานผิดปกติ และอาจเกิดภาวะน้ำเป็นพิษ ร่างกายรับไม่ไหว เกิดอาการช็อกและมีผลต่อชีวิตได้เช่นกัน

“สังเกตง่ายๆ หากจะทำการล้างพิษ 1.ต้องทำกับผู้ที่มีใบประกอบวิชาชีพ ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย เพราะกลุ่มนี้จะขึ้นทะเบียนใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง หากทำไม่ได้จะถูกถอนใบประกอบวิชาชีพได้ และ 2.ต้องเลือกสถานที่ล้างพิษให้ดี โดยต้องมีแหล่งที่ชัดเจน ไม่เปลี่ยนสถานที่บ่อยๆ โดยหลักควรเป็นสถานพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง หากมี 2 อย่างนี้ก็จะทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัย” นพ.เทวัญกล่าว

ดีท็อกซ์ตาย2

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สลด! ช้างป่าอ่างฤาไนล้ม 2 ตัวริมหนองน้ำ พบสายไฟ 220 โวลต์ล้อม คาดชอร์ตดับคาที่ รอง ผบ.ตร.รุดดู
บทความถัดไปอาจารย์จุฬาฯ ฟันธง! สาเหตุ ม.6 ทั่วประเทศแต้มเฉลี่ยโอเน็ตต่ำกว่าครึ่งทุกวิชา