โฆษกตร.เผยเหยื่อ”ณิชา”โยงแก๊งคอลฯจ.ตาก กุเรื่องตุ๋นนายหน้าที่ดินปลายปี 60-ป.ขอซีซีทีวี 7 แบงก์

10.01.18 | 15:34 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่10 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จ.ตาก และทีมพนักงานสอบสวน ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์กับศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เพื่อคลี่คลายคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ตกเป็นผู้เสียหาย เนื่องจากคนร้ายได้นำบัตรประจำตัวประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคาร ที่ใช้ในการโอนเงินเข้าออก จนนำไปสู่การออกหมายจับและดำเนินคดี ซึ่ง น.ส.ณิชา ได้ร้องขอความเป็นธรรมกับ บก.ป.

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อช่วงปลายปี 2560 ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ อ้างว่าชื่อนายราลี่ สมิธ ชาวอังกฤษ ติดต่อ นางกาสิณี ยะเมา ทางเฟซบุ๊ค โดยอ้างว่าต้องการซื้อที่ดินในจ.ตาก ขอให้นางกาสิณี เป็นนายหน้าซื้อที่ดิน โดยนายราลี่จะส่งเงินจำนวน 30 ล้านบาท จากอังกฤษ ทางพัสดุไปรษณีย์มาให้ผู้เสียหาย แต่มีค่าธรรมเนียม 1,300,000 ที่ผู้เสียหายต้องจ่ายล่วงหน้าก่อน จากนั้นขบวนการคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ โทรหานางกาสิณี แจ้งถึงค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน1,370,000 บาท เข้าบัญชีธนาคาร3แห่ง ประกอบด้วย บัญชีของ น.ส.ณิชา 340,000 บาท 5ครั้ง บัญชีนายขวัญ ทองน้อย และ บัญชีนายธีรภัทรนนท์ งามวงษ์ ด้วย เมื่อติดกลับไปก็ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง จึงมาแจ้ง ความดำเนินคดีกับ น.ส.ณิชา

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่าผบก.ภ.จว.ตาก ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เนื่องจากน.ส.ณิชา ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ต้องหาเปิดบัญชี ก็เป็นผู้เสียหายแจ้งความถูกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร จึงต้องบูรณาการการสอบสวน โดยให้ สภ.บ้านตาก ทำสำนวนคดี และขยายผลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ.ตาก ส่วนกองปราบปรามขยายผลในพื้นที่จังหวัดอื่น เนื่องจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ายังมีการเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายอีก2บัญชี คือบัญชีชื่อ นายขวัญ ทองน้อย สาขาบิ๊กซีติวานนท์ รีบโอนเงินจากผู้เสียหาย 5 ครั้ง รวม 4 แสนบาท และบัญชีชื่อนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน รับโอนเงิน 2 ครั้ง รวม 630,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ ว่าบุคคลทั้ง2อยู่ในภูมิลำเนาที่ใด และอยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องขอให้แสดงความบริสุทธิใจ โดยการไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ยืนยันการดำเนินคดีกับ น.ส.ณิชา ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง เหตุที่ น.ส.ณิชา ถูกออกหมายจับ เนื่องจากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกถึง 2 ครั้ง มีระยะเวลาประมาน 2 เดือน แต่กลับเงียบหาย พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติศาลจังหวัดตากออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จากนี้จะต้องพิสูจน์ว่าน.ส.ณิชา เป็นเหยื่อในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หรือ ร่วมขบวนการกระทำความผิด ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ประสานขอข้อมูลจากธนาคาร 9 แห่ง ที่มีชื่อ น.ส.ณิชา เปิดบัญชี แต่พบว่าธนาคารบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือ โดยอ้างว่าต้องขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่ วันนี้จึงจะประสานไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อขอข้อมูลด้วยตนเองหลายแห่ง”พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

ด้านพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานขอกล้องวงจรปิดกับธนาคารทั้ง 7 แห่งที่พบว่าถูกเปิดบัญชีโดยชื่อของ น.ส.ณิชา มาตรวจสอบว่าเป็นหญิงสาวคนเดียวกับที่ปรากฏในภาพของธนาคารแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวหรือไม่

Advertisement

ผบก.ป.กล่าวว่า อยากฝากเตือนไปยังประชาชนเป็นอุทาหรณ์ว่า หากบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญหาย ให้รีบไปลงบันทึกประจำวัน ก่อนทำบัตรใหม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานปกป้องตนเองหากเกิดกรณีเช่นนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนของตำรวจคาดว่าผู้หญิงในภาพไม่น่าจะไปเปิดบัญชีเอง 7 ธนาคาร 9 สาขา เพียงคนเดียว จึงต้องขอตรวจสอบกล้องวงจรโดยละเอียด ทั้งภายในและภายนอกธนาคาร