หน้าแรก ในประเทศ ผู้การนครปฐมห...

ผู้การนครปฐมหอบเอกสารแจง-ยันทำตามหน้าที่ถูกต้องชัดเจน

10.01.18 | 19:07 น.

ที่ศูนย์ปฎิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย ผู้กำกับ(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พ.ต.อ.ธนวิทย์ กาญจนนฤนาท ผู้กำกับ (สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ที่ปรึกษา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม พ.ต.อ.นฤพล วานิชนุเคราะห์ ผู้กำกับ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ที่ปรึกษา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และผู้ที่เกี่ยวกับกับคดีอาญาที่ 1447/2560 ข้อหา “ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ที่มีน.ส.ดาธชา อิทธิพลรัตนกร และพวกรวม 17 คนกล่าวหาว่านางกัญธรสฐ์ หรือต้อง บุญสิน (หลบหนี) อยู่บ้านเลขที่ 59/8ม.5 ต. หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และนายจักรพงศ์ บุญสิน (จับกุม) อยู่บ้านเลขที่ 59/8ม.5 ต. หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี (สามี) ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง เป็นเงินจำนวน 25,695,000 บาทนั้น ได้นำเอกสาร สำนวนการสอบสวนต่างๆ มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน เนื่องจากมีการร้องเรียนการทำคดีดังกล่าว


พล.ต.ต.คำรณ กล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายทั้งหมด 17 คน โดยนางกัญธรสฐ์ หรือต้อง บุญสินและนายจักรพงศ์ บุญสิน (สามีภรรยา)ผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ชักชวนให้มีการระดมทุนโรงงานปุ๋ย รายละ 2-4 แสนบาท โดยเดือนแรกๆจะได้รับเงินปันผลกำไร และหลอกให้ลงทุนเรื่อยมา แต่ต่อมาดอกเบี้ยก็ไม่ได้ ติดต่อก็ไม่ได้ จึงพากันมาแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้เมื่อ 12 ธันวาคม 2560 และได้เชิญผู้เสียหายในคดีนี้ทั้งสิ้น 17 รายมาสอบสวน แล้วได้รวบรวมพยานหลักฐานขอให้ศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายจับ นางกัญธรสฐ์ หรือต้อง บุญสิน อยู่บ้านเลขที่ 59/8ม.5 ต. หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และนายจักรพงศ์ บุญสิน อยู่บ้านเลขที่ 59/8ม.5 ต. หวายเหนียว อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และต่อมาตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายจักรพงศ์ บุญสิน ได้นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองนครปฐมดำเนินคดี ส่วนนางกัญธรสฐ์ หรือต้อง บุญสิน หลบหนี

พล.ต.ต.คำรณ กล่าวว่า การที่มีผู้ร้องว่าการออกหมายจับไม่ชอบนั้น ขอชี้แจงว่า คดีนี้ มีอัตราโทษสูง จึงไม่ได้ออกหมายเรียก แต่ได้ขอให้ศาลจังหวัดนครปฐมออกหมายจับ พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนการสอบสวนผู้เสียหายให้ผู้ต้องหาฟังแล้วเมื่อ 30 ธันวาคม 2560 โดยมีเอกสารชัดเจนทั้งหมด 17ปากและผู้ต้องหาทราบดีแล้วว่ามีการสอบปากคำผู้เสียหายและมีการลงลายมือชื่อรับทราบ และในส่วนที่ร้องเรียนว่าพนักงานสอบสวนไม่ให้ความเป็นธรรมนั้น ขอยืนยันว่าพนักงานสอบสวนทำตามขั้นตอนถูกต้อง แม้นผู้ร้องจะอ้างว่าได้โอนเงินให้ผู้เสียหายแล้ว เกินวงเงินที่เอามา ก็ขอให้ผู้ร้องนำหลักฐานพยานต่างๆมาเพิ่มเติมได้

“ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อช่วยในคดีนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรม และความชัดเจนทั้งสองฝ่าย เพื่อรวบรวมหยานหลักฐานส่งอัยการจังหวัด เพื่อส่งฟ้องศาลจังหวัดนครปฐมต่อไป” ผบก.นครปฐม กล่าว

Advertisement