ตำรวจรวบ ‘หัวหน้าแก๊งยากูซ่า’ คาโต๊ะหมากรุก หลังหนีกบดานที่ไทยนานกว่า10ปี

11.01.18 | 14:24 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 มกราคม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และ โฆษก ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐพร เพราะสุนทร ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี สอบปากคำขยายผลการจับกุมตัวนายชิเกฮารุ ชิเรอิ ชาวญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊งยากูซ่า ชื่อ ยามากูชิ กูมิ ที่ร่วมกับพวกอีก 7 คน ก่อเหตุฆาตกรรมรองหัวหน้าแก๊งยากูซ่าคู่อริในญี่ปุ่น เมื่อปี 2546 แล้วหลบหนีการติดตามตัวจากทางการญี่ปุ่น มากบดานอยู่ใน จ.ลพบุรี ตั้งแต่ปี 2548 และได้ถูกตำรวจภูธร จ.ลพบุรี จับกุมตัว



เบื้องต้นทราบว่า สมาชิกของแก๊งนี้จะถูกตัดนิ้วก้อยข้างซ้ายทุกคนเป็นสัญลักษณ์ และตลอดเวลาที่หัวหน้าแก๊งกบดานอยู่ที่เมืองไทย จะมีชาวญี่ปุ่นนำเงินมาส่งมอบให้เป็นประจำทุกเดือน

วันเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.แถลงข่าวการจับกุมตัวนายชิเกฮารุ ชิเรอิ อายุ 72 ปี ชาวญี่ปุ่นผู้นำกลุ่มยากูซ่าชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ที่กบด้านในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี ว่า สามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 ที่เขต ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี ขณะกำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่กับชาวบ้านที่บริเวณศาลลูกศร ซึ่งเป็นสารของคนจีน และบริเวณนั้นเป็นที่หลบอาศัยหลับนอนของนายชิเกฮารุมานานนับปี จนกระทั่ง ถูกจับได้ดังกล่าว

Advertisement

“นายชิเกฮารุเป็นสมาชิกอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลของแก๊งยากูซ่า ชื่อ ยามากูชิ กูมิ ที่มีเครือข่ายสมาชิกกว่า 17,000 คน มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2546 นายชิเกฮารุร่วมกับผู้อื่นอีก 7 คน ก่อเหตุฆ่าโหดในคาชิฮึโกะ โอโตเบะ หัวหน้ากลุ่มคามิยะซึ่งเป็นกลุ่มยากูซ่าคู่อริ โดยนายชิเกฮารุได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศีรษะคู่อริตายอย่างโหดเหี้ยมหลายนัด หลังก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งตำรวจญี่ปุ่น มีเบาะแสว่าได้เดินทางเข้าในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2548 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานให้หน่วยต่างๆ เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีกระทั่งมาถูกจับดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านที่ชอบเล่นหมากรุกกับนายชิเกฮารุ ทราบว่าเห็นนายชิเกฮารุมาอาศัยอยู่แบบคนเร่ร่อน ทำตัวมอซอ อาศัยหลับนอนตามหน้าบ้านย่านร้านค้าในตลาด จนกระทั่งมาอยู่ในป้อมตำรวจเก่าที่อยู่ติดกับศาลลูกศร (ศาลเจ้าของคนจีน) และชอบทำความสะอาดเก็บขยะที่ตกหล่นตามศาลลูกศร หลังจากนั้นก็มาแสดงความมักคุ้นกับกลุ่มคนชราที่มาเล่นหมากรุก

ชาวบ้านยังเล่าอีกว่า นายชิเกฮารุเคยบอกว่าเป็นคนญี่ปุ่นหลบหนีเข้าเมืองมาอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่ได้บอกว่าก่อเหตุอะไรมา การอยู่กับกินก็มักจะมีชาวญี่ปุ่นด้วยกันส่งเงินมาให้ใช้บ้าง และมีเมียคนไทย 1 คน แต่เมียคนไทยติดการพนันใช้เงินของนายชิเกฮารุจนหมดตัว เลยต้องมาอาศัยอยู่ที่ศาลลูกศร จนชาวบ้านแถวนั้นสงสารให้ข้าวให้น้ำกินในบางครั้ง ล่าสุดชมรมศาลเจ้าแห่งนั้นได้ตั้งเงินเดือนให้นายชิเกฮารุเดือนละ 5,000 บาท แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน