แยก2ส่วน คลี่คดี’แพะสาว’เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์’ฉ้อโกง-สวมบัตรเปิดบัญชี’

11.01.18 | 16:16 น.

จากกรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกล้วงกระเป๋าบนรถประจำทาง และถูกคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอยนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีรวม 9 บัญชีในธนาคาร 7 แห่งเพื่อรับโอนเงินจากเหยื่อรวม 10 ล้านบาท ต่อมาถูกออกหมายจับฐานฉ้อโกงประชาชน กระทั่ง น.ส.ณิชา เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่กลับถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.บ้านตาก จ.ตาก นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 มกราคม รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ได้เรียกประชุมชุดสืบสวนจากหลายภาคส่วนทั้งในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6(บช.ภ.6) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก(บก.ภ.จว.ตาก) กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) บก.ป. และสภ.บ้านตาก โดยดำเนินการเป็นคณะทำงาน เบื้องต้นได้วางแนวทางการสืบสวนออกเป็น2ส่วน ส่วนแรกเป็นคดีฉ้อโกง และส่วนที่2คดีสวมบัตรประชาชนแสดงตนเป็นบุคคลอื่นเปิดบัญชีธนาคาร โดย2ส่วนนี้มีความเชื่อมโยงกันตามแนวทางการสืบสวน ผู้รับผิดชอบหลักมอบหมายให้กับบช.ภ.6 บก.ภ.จว.ตาก และสภ.บ้านตาก เป็นผู้ดำเนินการสอบสวน ขยายผลหาความเชื่อมโยง ส่วนบก.ป.เป็นเพียงหน่วยสนับสนุนตามอำนาจ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนสภ.บ้านตากได้ประสานทางธนาคารทั้ง7แห่งเพื่อขอกล้องวงจรปิดเรียบร้อยแล้ว ในส่วนนี้ธนาคารอยู่ในฐานะผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายหลอกลวงเปิดบัญชีธนาคารเช่นกัน

ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและข้อมูลเอกสาร ก่อนที่ทางพนักงานสอบสวนจะไปยังธนาคารต่างๆ เพื่อประสานขอกล้องวงจรปิด คาดว่าจะดำเนินการได้ใน2วันนี้ ในส่วนของบก.ป.นั้นจะทำหน้าที่ตรวจสอบว่าน.ส.ณิชา เกี่ยวข้องกับการไปเปิดบัญชีหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามที่น.ส.ณิชามาร้องขอให้ตรวจสอบเท่านั้น ก่อนจะนำข้อมูล หลักฐานทั้งหมดส่งต่อไปยังสภ.บ้านตาก เจ้าของคดี ในส่วนสำนวนคดีต้องถามจากสภ.บ้านตากเท่านั้น