กลุ่มต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ค้านรายงานอีเอชไอเอ ชี้รายงานฉบับสมบูรณ์มีความผิดพลาด ข้อมูลเป็นเท็จ ร้องกก.วล.ระงับการพิจารณาโครงการ เสนอตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบไม่ถูกต้องควรยกเลิกทันที
เมื่อวันที่ 11 มกราคทที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน นำโดยนายมัธยม ชายเต็ม รองประธานเครือข่ายฯ และชาวบ้านกว่าสิบคน เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้ระงับและตรวจสอบการศึกษาและการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ อีเอชไอเอ ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา

นายมัธยม กล่าวว่า ภายหลังที่เครือข่ายฯ ได้ติดตามขอรายงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ยื่นต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2560 ซึ่งขั้นตอนต่อไปทางสผ.จะยื่นรายงานต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อพิจารณา ให้ความเห็นต่อไปนั้น แต่ทางเครือข่ายฯ ได้ขอรายงานฉบับสมบูรณ์มาอ่านทบทวนพบว่า รายงานที่บริษัท คอลซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด และ กฟผ. ได้นำส่งให้ คชก. โดยทีมนักวิชาการหลายคนพบความผิดปกติของรายงานทางวิชาการอย่างชัดเจนในประเด็นด้านชีววิทยาที่ไม่มีอยู่จริงในพื้นที่อำเภอเทพา ทำให้เชื่อได้ว่าการจัดทำรายงานดังกล่าวยังมีความผิดพลาดในการเขียนข้อมูลอันเป็นเท็จ ย่อมทำให้ประชาชนในพื้นที่ขาดความเชื่อถือต่อรายงานดังกล่าว
นายมัธยม กล่าวต่อว่า อีกทั้งประเด็นที่ต้องมีการโยกย้ายประชาชน 240 กว่าครอบครัวนั้น ถือว่า เป็นการอพยพย้ายถิ่นฐานของชุมชน ซึ่งนักวิชาการสะท้อนว่าการประเมินผลกระทบในด้านนี้ยังทำไม่ถูกต้องตาม หลักวิชาการ และชุมชนเองเห็นว่าการย้ายถิ่นฐานของคนในชุมชนซึ่งมีการตั้งถิ่นฐาน มีวิถีวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่อยู่ มาอย่างยาวนานนับร้อยปีนั้น เป็นการละเมิดสิทธิชุมชนอย่างร้ายแรง และการเขียนมาตรการเพียงเรื่องการเยียวยาไม่ว่าจะเป็นตัวเงิน หรือการจัดหาที่อยู่ใหม่ที่ปรากฏในรายงานอีเอชไอเอนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะมาทดแทนกันได้ เพราะกว่าจะเกิดเป็นชุมชนนั้นมิใช่การตั้งขึ้นมาในวันเดียวหรือแค่มีบ้านเรือนมารวมกันเท่านั้น แต่คือวิถีชีวิตที่สั่งสมมาจนเป็นวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีมติทางศาสนา เครือญาติ และอีกหลายประเด็นที่ไม่สามารถยอมรับได้ตามข้อสรุปในรายงานอีเอชไอเอฉบับนี้

ตัวแทนเครือข่ายฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังคงมีประเด็นที่ขัดแย้งและไม่ตรงกับความเป็นจริงในอีกหลายประเด็น ดังนั้น กก.วล. จึงยังไม่ควรนำรายงานอีเอชไอเอที่ยังมีความบกพร่องของการนำเสนอข้อมูลและกระบวนการศึกษาจัดทำรายงานอย่างเห็นได้ชัดนี้มาพิจารณา จึงขอให้ กก.วล. ระงับการพิจารณารายงานอีเอชไอเอ ที่ได้ผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ไว้ก่อน และให้มีการตั้งคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับทั้งสองฝ่ายเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานทั้งในมิติของเนื้อหาสาระ และกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งรายงานทั้งหมด และจะต้องเปิดเผยให้สาธารณะรับรู้อย่างตรงไปตรงมา หากมีความไม่ถูกต้องในการจัดทำรายงานชิ้นนี้ไม่ว่าในด้านเนื้อหาสาระหรือกระบวนการได้มาซึ่งเนื้อหาสาระก็จะต้องยกเลิกรายงานฉบับนี้ทั้งหมด

