‘ไทแคค’แถลงสถานการณ์ล่วงละเมิดเด็กผ่านสื่อออนไลน์ พบ300คลิปต้องสืบสวน

11.01.18 | 17:55 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มกราคม ที่ห้องประชุม TICAC ชั้น 19 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา (สบ10) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต หรือ ไทแคค(TICAC) พร้อมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(บก.ปคม.) และนางวีรวรรณ มอสบี้ TIP Hero แถลงผลความร่วมมือในการปฏิบัติงานของ TICAC ที่ผ่านมา ตลอดจนสถานการณ์การล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตในประเทศไทย

พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวว่า ศูนย์ไทแคค เป็นความร่วมมือกับสำนักงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ ในการร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลในการปฏิบัติงานการล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตในประเทศไทย โดยเน้นการสืบสวนแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มสื่อออนไลน์ต่างๆ เพื่อหาข้อมูลสำหรับป้องกันและปราบปรามคดีล่วงละเมิดทางเพศ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่มักตกเป็นเหยื่อคดีทางเพศ และยอมรับว่าปัจจุบันสื่อออนไลน์เข้าถึงได้ง่าย กลุ่มผู้กระทำผิด เปลี่ยนพฤติกรรมใช้สื่อออนไลน์ เป็นช่องทางในการล่อลวงผู้เสียหายมากขึ้น โดยข้อมูลของไทแคค ยังพบว่ามีการล่อลวงเด็กและเยาวชน ถ่ายคลิปทางเพศเผยแพร่ในสื่อออนไลน์มากกว่า 300 กรณี ที่ยังต้องสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ส่วนแนวโน้มเชื่อว่ายังมีการลักลอบกระทำผิดอีกมาก และยังต้องการข้อมูลจากผู้พบเห็นการกระทำความผิดให้แจ้งเบาะแสเข้ามา เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวนจับกุม แต่ยอมรับว่าในขณะนี้ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการฝึกอบรมบุคลากร เนื่องจากเป็นงานที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเทคโนโลยี

พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถิติแบ่งตามฐานความผิดของคณะทำงานของศูนย์ไทแคค ระหว่างปี 2558 – 2561 จับผู้กระทำผิดคดีค้ามนุษย์ 21 คดี คดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก 13 คดี คดีครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก 31 คดี และส่งกลับออกนอนราชอาณาจักร 6 คดี โดยพบว่าผู้กระทำความผิดเป็นผู้ต้องหาชาวไทย 38 คน และผู้ต้องหาต่างชาติ 35 คน จากทั้งหมด 71 คดี และที่ผ่านมาศูนย์ไทแคคได้รับเบาะแส 209 เรื่อง ดำเนินคดีไปแล้ว 121 คดี และที่เหลืออยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อ

พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามศูนย์ไทแคค ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถดำเนินคดีได้ทั้งสิ้น 71 คดี ในปี 2559 สามารถดำเนินคดีได้ 24 คดี ในปี2560 ได้ 43 คดี จะเห็นว่าผลงานของศูนย์ไทแคคในปีที่ 2 เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากการทำงานในปีแรก และคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีคดีเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จะเห็นว่าในอนาคตแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นTICAC มีงานต้องทำอีกจำนวนมาก เช่น ของกลางที่ตรวจยึดได้ที่เป็นไฟล์รูปภาพหรือวิดีโอของผู้เสียหายมากกว่าร้อยๆกิ๊กกะไบค์ ต้องอาศัยความชำนาญในการคัดแยกเหยื่อและติดตามผู้เสียหายของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ ในอนาคต TICAC มีความต้องการรับสมัครจิตอาสาสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางคอมพิวเตอร์ รวมถึงผู้มีความสามารถในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเตือนภัยทางอินเตอร์เน็ตให้กับเด็กเข้ามาช่วยงาน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดระบบ คุณสมบัติ ความต้องการ จะประชาสัมพันธ์ผ่านทางเฟซบุ๊กต่อไป