‘2 บัณฑิตวิศวะ’ ขับรถหรูตระเวนลักทรัพย์บ้าน 7 หลัง ขายตลาดออนไลน์กว่า 4 ล้าน

12.01.18 | 15:06 น.

วันที่ 12 มกราคม 2561 ที่ สน.ศาลาแดง พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผบก.น.7) พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รอง ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.ณฐกร คุ้มทรัพย์ ผกก.สน.ศาลาแดง แถลงจับกุมนายพีระพันธุ์ หรือบอส ดุรงค์ศศินา อายุ 29 ปี ชาว จ.ตาก และนายวิษณุ หรือเทิง ดินยุ้งศรี อายุ 28 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าพรีอุส สีขาว ทะเบียน 5กฐ 1776 กรุงเทพมหานคร ทองรูปพรรณ นาฬิกาข้อมือ กระเป๋าแบรนด์เนม พระเครื่องเลี่ยมทอง ทีวีดิจิทัล และเครื่องเล่นเกม รวม 78 รายการ มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท โดยจับกุมตัวนายพีระพันธุ์ได้ที่ลานจอดรถเมโทรปาร์ค คอนโดเฟส 2/1 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ ส่วนนายวิษณุจับกุมได้ที่ร้านข้าวต้มยันหว่าง ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ


พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์กล่าวว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ต่อเนื่องช่วงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ช่วงเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีผู้เสียหายคือนายอำนาจ โพคัยสวรรค์ อายุ 64 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 5 ซอยบางแวก 152 แขวงบางไผ่ เขตบางแค และ น.ส.วริศรา ยิ้มเลิศลักษณ์ อายุ 41 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 7 อยู่ติดกัน เข้าแจ้งความว่า ขณะที่เจ้าของบ้านทั้ง 2 หลังไปเที่ยวปีใหม่ ถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ก่อเหตุลักทรัพย์ทั้งเงินสด พระเครื่องเลี่ยมทอง สร้อยทอง แหวนทองรูปพรรณ รวมกว่า 1.3 ล้านบาท จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียงและในตัวบ้าน สามารถจับภาพผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายเอาไว้ได้ค่อนข้างชัดเจน จากแผนประทุษกรรมของคนร้ายคล้ายคลึงกับหลักฐานคดีลักทรัพย์ในบ้านพัก เหยื่อท้องที่อื่นๆ อาทิ สน.บางขุนเทียน สน.บางเสาธง และ สน.หลักสอง ฝ่ายสืบสวน สน.ศาลาแดง จึงขยายผลติดตามหาเบาะแสของคนร้ายทั้ง 2 คน จนทราบว่านายพีระพันธุ์และนายวิษณุเป็นเพื่อนสนิทกัน ลงมือและติดตามไปจับกุมตัวเอาไว้ได้

“จากการสอบสวนนายพีระพันธุ์และนายวิษณุ รับว่าทั้งคู่มีการศึกษาดี เคยเรียนด้วยกันมาจนจบการศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยมีอาชีพ โดยทำธุรกิจร่วมกันเกี่ยวกับการรับจ้างขับรถยกและรถขนส่ง แต่ระยะหลังสภาพคล่องไม่ดี ทำให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการสั่งจ่ายเช็ค จึงชักชวนกันมาก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านพักผู้เสียหายหลายแห่ง เพื่อหาเงินใช้จ่ายประจำวัน ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2560 จนถึงปัจจุบัน ยอมรับว่าทำมาแล้ว 7 หลัง ได้ทรัพย์สินไปขายตามเว็บไซต์และตลาดออนไลน์กว่า 4 ล้านบาท โดยวิธีการคือ จะเลือกบ้านที่ไม่มี รปภ.แล้วขับรถทำทีไปกดออด หากไม่มีคนอยู่บ้านจะปีนและงัดประตูเข้าไปทำลายระบบซีซีทีวี รื้อค้นขโมยทรัพย์สิน แต่หากมีคนอยู่จะอ้างว่ากดออดผิดบ้าน ทั้งนี้ อยากฝากเตือนผู้แสวงหาซื้อสินค้ามือสองในโลกออนไลน์ หากพบว่ามีราคาต่ำกว่าท้องตลาดมากเกินไปขอให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากอาจถูกดำเนินคดีรับของโจรก็เป็นได้ ดังนั้น หลังจากนี้หากการสอบสวนขยายผลไปถึงผู้ใดจะเรียกมาแจ้งข้อหาดำเนินการตามกฎหมายด้วยเช่นกัน” พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์กล่าว

Advertisement

ด้าน น.ส.วริศรา หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ทำธุรกิจขายผ้าม่าน คืนวันเกิดเหตุเดินทางไปเคาต์ดาวน์กับเพื่อน ไม่มีใครอยู่บ้าน คนร้ายทั้งคู่มาถึงเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยงัดประตูหลังบ้านเข้าไปลักทรัพย์สินด้านใน ได้เงินสด พระนางพญาเลี่ยมทอง และกระเป๋าแบรนด์เนมไป มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท หลังเกิดเหตุทราบว่าฝ่ายสืบสวนแกะรอยคนร้ายได้จากกล้องวงจรปิด และแท็บเล็ตของผู้เสียหายคดีหนึ่ง ที่คนร้ายเผลอไปเปิดเครื่องที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางแค ทำให้โดนตามจับกุม และสามารถนำพระนางพญาเลี่ยมทองมาคืนตนได้ ทีแรกตนไม่เชื่อว่าคนร้ายทั้ง 2 คนจะเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีรูปพรรณสัณฐานดี ขับรถดี และมีการศึกษาเป็นถึงบัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดัง แต่เมื่อทางตำรวจมีหลักฐานและคนร้ายยอมรับสารภาพแบบนี้ จึงเข้าใจสัจธรรมที่ว่า คนเรารู้หน้า ไม่รู้ใจ

ขณะที่ พ.ต.อ.ณฐกรกล่าวว่า หลังจากนี้จะแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือรับของโจรแก่นายพีระพันธุ์และนายวิษณุ เพื่อนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง ดำเนินการตามกฎหมาย และนอกจากนี้ทางผู้ต้องหายังยอมรับด้วยว่าเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านผู้เสียหายมาแล้ว 5 หลัง คือ เมื่อเดือนกันยายน 2560 ก่อเหตุที่ห้องพักภายในเมโทรปาร์ค คอนโด ท้องที่ สน.บางขุนเทียน จำนวน 2 หลัง ได้ทรัพย์สินรวมกันราว 8 แสนบาท เมื่อเดือนตุลาคม 2560 ก่อเหตุที่พุทธมณฑลสาย 1 ท้องที่ สน.บางเสาธง ได้ทรัพย์สินไปราว 2 แสนบาท และเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ก่อเหตุแถวหมู่บ้านชลพฤกษ์ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 จำนวน 2 หลัง ได้ทรัพย์สินไปราว 700,000 บาท โดยคาดว่าการก่อเหตุที่บ้านผู้เสียหายทั้งสิ้น 7 หลัง ผู้ต้องหาน่าจะได้ทรัพย์สินรวมกันไปกว่า 4 ล้านบาท

“ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนคบหากันสมัยเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคเหนือ และเคยร่วมหุ้นทำธุรกิจแต่ประสบปัญหาขาดทุน จึงมาร่วมก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยช่วงเช้าวันที่ 13 มกราคม จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปขออำนาจศาลฝากขัง” พ.ต.อ.ณฐกรกล่าว