ผบ.ตร.บินยะลา จี้คดีป่วนใต้-ฆ่ายกครัวทุ่งยางแดง สอบแนวร่วมก่อเหตุ ปลุกขวัญตำรวจใต้

12.01.18 | 15:16 น.

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 มกราคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าจังหวัดยะลา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ในฐานะ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.(ตร.) พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.ยะลา พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมคนร้ายใน 3 คดี 1.เหตุวางเพลิงเผารถโดยสารประจำทาง สายเบตง- กรุงเทพฯ ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 2.เหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชป.ร้อย ทพ.4303 ฉก.ทพ.43 ขณะนำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายเผากล้องวงจรปิด ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 และ 3.เหตุฆ่ายกครัว 3 ศพ ที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561


พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ห้วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดเหตุความไม่สงบในหลายพื้นที่และมีเหตุคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ต้องเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน ในการนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมคณะได้แถลงความคืบหน้าการจับกุมคนร้ายดังนี้1.เหตุวางเพลิงเผารถโดยสารประจำทาง สายเบตง- กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สืบสวนติดตามและบูรณาการกำลังจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามกฎอัยการศึก 23 ราย เป็นผู้ต้องสงสัยที่ให้การรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในครั้งนี้11ราย และให้การสนับสนุน 3 ราย และ ออกหมายจับ ป.วิ อาญา 4 ราย 2.เหตุลอบวางระเบิดทหารพราน ชป.ร้อย ทพ.4303 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สืบสวนติดตามและบูรณาการกำลัง จนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 คน อีกทั้งยังพบว่าผู้ก่อเหตุ มีหมายจับคดีมั่นคง และ หมายจับพ.ร.ก. อยู่จำนวนหลายหมาย

Advertisement

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เกิดความสงบสุข ร่มเย็น และ สร้างความสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัย ได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามโมเดล ไทยแลนด์4.0 พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ เพิ่มมาตรการด้านการข่าว ความเข้มงวดในการตรวจตราสถานที่ต่างๆ และงานด้านการสืบสวน ตลอดจนการออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งงานด้านพยานวัตถุของกลาง นิติวิทยาศาสตร์ โดยเน้นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมเป็นสำคัญ ในการยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้อีก และหากเกิดเหตุแล้วต้องสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากสามารถลดการเกิดอาชญากรรมได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดี

“ผบ.ตร.ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากผบ.ตร.เติบโตจากสายปฏิบัติการและมีความผูกพันกับพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ และทราบเป็นอย่างดีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นี้ ทำงานอย่างผู้ปิดทองหลังพระ ตั้งใจทำงาน โดยไม่ได้หวังให้ใครรู้หรือไม่ได้ประกาศให้ผู้อื่นรับรู้หรือต้องการชื่อเสียงและคำสรรเสริญจากผู้อื่น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สถานการณ์ไม่เป็นปกติ แต่ที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่มีแนวโน้มดีขึ้นมาโดยตลอด และในการนี้ได้ขอให้เจ้าหน้าตำรวจทุกนายในพื้นที่ มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ยึดถือในอุดมการณ์และอุดมคติตำรวจ เพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป “รองโฆษกตร.กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ตร.ได้สอบปากคำแนวร่วมก่อความไม่สงบด้วยตัวเองด้วย