เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 12 มกราคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าจังหวัดยะลา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ในฐานะ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.(ตร.) พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.ยะลา พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมคนร้ายใน 3 คดี 1.เหตุวางเพลิงเผารถโดยสารประจำทาง สายเบตง- กรุงเทพฯ ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 2.เหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชป.ร้อย ทพ.4303 ฉก.ทพ.43 ขณะนำกำลังเข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายเผากล้องวงจรปิด ในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 และ 3.เหตุฆ่ายกครัว 3 ศพ ที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ห้วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดเหตุความไม่สงบในหลายพื้นที่และมีเหตุคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ต้องเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชน ในการนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมคณะได้แถลงความคืบหน้าการจับกุมคนร้ายดังนี้1.เหตุวางเพลิงเผารถโดยสารประจำทาง สายเบตง- กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สืบสวนติดตามและบูรณาการกำลังจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามกฎอัยการศึก 23 ราย เป็นผู้ต้องสงสัยที่ให้การรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในครั้งนี้11ราย และให้การสนับสนุน 3 ราย และ ออกหมายจับ ป.วิ อาญา 4 ราย 2.เหตุลอบวางระเบิดทหารพราน ชป.ร้อย ทพ.4303 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้สืบสวนติดตามและบูรณาการกำลัง จนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 2 คน อีกทั้งยังพบว่าผู้ก่อเหตุ มีหมายจับคดีมั่นคง และ หมายจับพ.ร.ก. อยู่จำนวนหลายหมาย

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ขับเคลื่อนนโยบายด้านความมั่นคง ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เกิดความสงบสุข ร่มเย็น และ สร้างความสุขให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัย ได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามโมเดล ไทยแลนด์4.0 พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ เพิ่มมาตรการด้านการข่าว ความเข้มงวดในการตรวจตราสถานที่ต่างๆ และงานด้านการสืบสวน ตลอดจนการออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งงานด้านพยานวัตถุของกลาง นิติวิทยาศาสตร์ โดยเน้นการป้องกันปัญหาอาชญากรรมเป็นสำคัญ ในการยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้อีก และหากเกิดเหตุแล้วต้องสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากสามารถลดการเกิดอาชญากรรมได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจ ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดี

“ผบ.ตร.ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เนื่องจากผบ.ตร.เติบโตจากสายปฏิบัติการและมีความผูกพันกับพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ และทราบเป็นอย่างดีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นี้ ทำงานอย่างผู้ปิดทองหลังพระ ตั้งใจทำงาน โดยไม่ได้หวังให้ใครรู้หรือไม่ได้ประกาศให้ผู้อื่นรับรู้หรือต้องการชื่อเสียงและคำสรรเสริญจากผู้อื่น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สถานการณ์ไม่เป็นปกติ แต่ที่ผ่านมามีผลการปฏิบัติที่มีแนวโน้มดีขึ้นมาโดยตลอด และในการนี้ได้ขอให้เจ้าหน้าตำรวจทุกนายในพื้นที่ มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ยึดถือในอุดมการณ์และอุดมคติตำรวจ เพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป “รองโฆษกตร.กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ตร.ได้สอบปากคำแนวร่วมก่อความไม่สงบด้วยตัวเองด้วย

