‘ตร.-ปกครอง-พม.’คัดแยก113เหยื่อถูกบังคับค้าประเวณี’วิคตอเรีย อาบอบนวด’ แฉภายในมีห้องแพทย์เวชภัณฑ์ ประสานกรมส่งเสริมบริการสุขภาพตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 13 มกราคม พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา สบ 10 สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคัดแยกเหยื่อจากคดีเข้าตรวจค้นอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท จำนวน 113 คน ที่ถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เย็นวันที่12มกราคมที่ผ่านมา ที่ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนางานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เขตดอนเมือง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าหญิงบริการที่ควบคุมตัวได้เป็นสัญชาติพม่า 92 คน สัญชาติลาว 14 คน สัญชาติจีนสิบสองปันนา 2 คน คนไทย 4 คน และไม่ยืนยันสัญชาติ1คน โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่จะคัดแยกกลุ่มหญิงบริการให้ชัดเจนเริ่มตั้งแต่กลุ่มอายุต่ำกว่า18ปี อายุมากกว่า18ปี ถ้าเป็นคนต่างด้าวจะพิสูจน์ทราบว่าหนังสือแสดงสัญชาติหรือพาสปอร์ตเป็นของจริงหรือไม่ หากไม่มีพาสปอร์ตจะสอบถามในเบื้องต้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อนจะตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงต่อไป จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าหญิงบริการทั้งหมดที่พบอยู่ในฐานะของผู้เสียหายและถูกบังคับให้ค้าประเวณี เนื่องจากพบหลักฐานเป็นกฎระเบียบของสถานบริการดังกล่าวที่กำหนดชัดเจนว่าใน 1 วันจะต้องรับแขกให้ได้มากกว่า 3 คนถึงจะกลับบ้านได้ และใน1เดือนจะต้องทำงานต่อเนื่อง12วันหากไม่ทำตามเงื่อนไขจะตัดเงินหรือไล่ออก ลักษณะดังกล่าวถือเป็นการบังคับให้ค้ามนุษย์
พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อมูลการสืบสวนที่พบว่าสถานบริการดังกล่าวมีการส่งต่อเด็กในสังกัดไปยังสถานบริการอื่นในต่างจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านทางภาคใต้นั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบว่าเป็นลักษณะเครือข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ หากพบว่ามีลักษณะความผิดเข้าข่ายจะดำเนินคดีเพิ่มเติม สำหรับประเด็นการปิดสถานบริการดังกล่าวเบื้องต้นได้พิจารณาใช้มาตรการของกรมการปกครองสั่งปิดสถานบริการดังกล่าวเป็นเวลา5ปี และให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมดูแลในพื้นที่จนกว่าจะเก็บพยานหลักฐานทั้งหมดเสร็จสิ้น และภายหลังจากครบ5ปีแล้วพื้นที่ที่ตั้งสถานบริการดังกล่าวจะไม่สามารถเปิดสถานบริการในรูปแบบเดิมได้อีก นอกจากนี้จะส่งเรื่องต่อให้สำนักงานปปง.พิจารณาตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินต่างๆเพื่ออายัดทรัพย์สินให้ตกเป็นของแผ่นดินตามข้อหาการค้ามนุษย์ต่อไป
พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลที่ปรากฏเป็นภาพภายในสถานบริการดังกล่าว มีการสร้างเป็นห้องแพทย์พร้อมทั้งมีอุปกรณ์การแพทย์ยาและเวชภัณฑ์ซึ่งไม่สามารถจ่ายหรือฉีดให้กับหญิงบริการในสถานที่ดังกล่าวได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมส่งเสริมบริการสุขภาพให้เข้ามาตรวจสอบในจุดดังกล่าวว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่หาก พบว่าเข้าข่ายความผิดก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับเจ้าของและผู้เกี่ยวข้องกับสถานบริการดังกล่าวอีก
พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับภาพรวมสถานการณ์และการปราบปรามการค้ามนุษย์ในไทยล่าสุด จากการตรวจสอบพบว่ามีแนวโน้มลดลงเนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆเข้าจับกุมปราบปรามอย่างหนักและเข้มงวด แต่ผู้ประกอบการใช้วิธีการหลบเลี่ยงด้วยการใช้ช่องทางออนไลน์ประชาสัมพันธ์และชักชวนซื้อขายบริการแทน ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐอยู่ระหว่างการหารือที่จะปราบปรามการกระทำในรูปแบบดังกล่าว

