จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตรวจค้นสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท พบเหยื่อถูกบังคับค้าประเวณีรวม 113 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างด้าว รวมทั้งจับกุมนายบุญทรัพย์ อมรรัตนาศิริ หรือป๋ากบ อายุ 55 ปี หัวหน้าพนักงานเชียร์แขก ผู้ต้องหาคดีร่วมกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี และอื่นๆ รวม 6 ข้อหานั้น จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบบัญชียอดรับรองส่วนนวด โดยอ้างถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย ระดับรอง สว. สวป. สว.ธุรการ รองป. รองสืบ ผกก.หลายหน่วยงาน อาทิ ใน บช.น. 191 ปคม. บก.ป. รวมถึงกรมสรรพากรด้วย
เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับตู้เซฟที่ดีเอสไอยึดมาจากสถานบริการ อาบอบนวด วิคตอเรียซีเครทนั้น พนักงานสอบสวนดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งพยานจะร่วมกันเปิดตู้เซฟ ทั้ง 3 ใบ สัปดาห์หน้า ตอนนี้จึงยังไม่ทราบว่ามีสิ่งของหรือเอกสาร ทรัพย์สินใดบ้างอยู่ภายในตู้เซฟดังกล่าว
พ.ต.อ.ไพสิฐยังกล่าวว่า สำหรับรายชื่อกรรมการบริษัท ที่มีชื่อเป็นเจ้าของกิจการ วิคตอเรียซีเครทนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารว่ามีการดำเนินการเองหรือมีบุคคลใดเข้าไปบริหารงาน ร่วมอยู่ด้วย ตอนนี้ดีเอสไอ เข้าไปตรวจสอบความเชื่อมโยงเชิงลึก ทั้งเส้นทางการเงิน และความสัมพันธ์ติดต่อ สื่อสาร คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น
ขณะที่ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีเอสไอ กล่าวว่า ตอนนี้จากพยานหลักฐานที่เข้าตรวจค้นและยึดได้นั้นบ่งชี้และเชื่อได้ว่าที่แห่งนั้นมีการค้าประเวณีค่อนข้างชัดเจน จึงต้องเรียกกรรมการบริษัทมาสอบปากคำ หากกรรมการบริษัทจะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นก็คงต้องมาชี้แจงเพราะจากบัญชีเอกสารที่พบ มีการจัดทำบัญชีแบบเป็นระบบ และกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากเกี่ยวข้องกับบุคคลใดก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมาย

