ตร.ลุยพื้นที่หาข้อมูลเชิงประจักษ์หลัง’ณิชา’ให้การ 12 ชม. แบงก์ล้อมคอกซักยิบคนเปิดบัญชี อึกอักไม่ทำให้

15.01.18 | 15:24 น.

กรณีของ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ถูกคนร้ายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี ทำให้น้องณิชาเป็นผู้รับเคราะห์เป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเชิญตัว น.ส.ปวีณา สิงห์วิบูลย์ อายุ 31 ปีเข้าปากคำหลังพบว่าเป็นผู้ที่นำบัตรประชาชนของน.ส.ณิชาไปเปิดบัญชีธนาคารต่าง ๆ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำน.ส.ณิชาตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 14 มกราคม ได้สอบสวนเรื่องเงิน 6 ล้านบาทที่ปรากฏในบัญชี การทำบัตรประชาชนใหม่หลายครั้ง รวมไปถึงกระแสข่าวการสนทนาพูดคุยกันระหว่างน.ส.ณิชากับน.ส.ปวีณา และอีกหลายประเด็น โดยน.ส.ณิชา ได้ตอบคำถามในประเด็นดังกล่าวจนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่รายละเอียดของคำให้การนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ ซึ่งอาจมีผลต่อรูปคดีได้ เบื้องต้นได้สั่งการให้ชุดสืบสวนในคดีนี้ลงไปสืบหาข้อเท็จจริงตามคำให้การของน.ส.ณิชาแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.ปวีณานั้นหลังถูกแจ้งข้อหา ตำรวจได้นำตัวไปขยายผลต่อทันที โดยวันนี้จะมีการเดินทางไปสอบปากคำ น.ส.เจรติ หรือแอน สายสิญจน์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนำบัตรประชาชนน.ส.ณิชาไปให้น.ส.ปวีณาเปิดบัญชี ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโพธิ์แก้ว จ.นครปฐมในข้อหาฉ้อโกง โดยตำรวจจะทำการตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินว่ามีการโอนถ่ายเงินไปที่บัญชีของบุคคลอื่นอีกหรือไม่ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานนำไปแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในพรุ่งนี้ต่อไป

ข่าวแจ้งว่าเมื่อวันที่ 14 มกราคม เจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำน.ส.ณิชาในหลายประเด็นเพื่อให้สิ้นข้อสงสัย โดยประเด็นต่าง ๆ ทางน.ส.ณิชาได้ชี้แจงอย่างครบถ้วน การสอบปากคำมีพนักงานสอบสวนจากสน.ต่าง ๆ จำนวนหลายนายซึ่งมาจากท้องที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินเข้าบัญชีที่น.ส.ณิชาให้การว่าถูกแอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี ทำให้การสอบสวนกินเวลายาวนานตั้งแต่ 15.00 น. วันที่ 14 มกราคม ถึงเวลา 03.00 น.วันที่ 15 มกราคม รวมเวลา12 ชั่วโมง โดยไม่เพียงแต่สอบปากคำน.ส.ณิชาเท่านั้น เจ้าหน้าที่ยังสอบปากคำน้องชายของน.ส.ณิชาอีกด้วย เพื่อให้ครบถ้วนในทุกประเด็นที่เจ้าหน้าที่สงสัย โดยหลังจากสอบปากคำน.ส.ณิชาแล้วเสร็จ ในวันนี้ก็จะลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าตรงกับคำให้การของน.ส.ณิชามากน้อยเพียงใด รวมถึงการขยายผลในการสืบสวนเชิงลึกเพื่อสรุปเป็นข้อมูลเตรียมนำไปแถลงข่าวต่อไป

แหล่งข่าวจากชุดสอบสวนให้การว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นพบว่าบัตรประชาชนของน.ส.ณิชาที่หายไปในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2560 นั้น ถูกนำไปแอบเปิดบัญชีธนาคารต่าง ๆ รวม 9 บัญชีทั้งหมด ตรงกับคำให้การของน.ส.ณิชา ที่ให้การว่า บัตรประชาชนที่หายไปนั้น เป็นรูปที่ถ่ายไว้ตอนม.4 กำลังมัดผมจุกเกล้าบนศีรษะ และหายไปในเดือนกันยายน 2560 ก่อนถูกนำบัตรดังกล่าวไปเปิดบัญชีทั้งหมด

Advertisement

ด้านแหล่งข่าวจากธนาคารแห่งหนึ่งเผยข้อมูลว่า ปกติแล้วการเปิดบัญชีนั้น พนักงานธนาคารจะมีการตรวจสอบบัตรประชาชนเข้าเครื่องสแกนชิพเพื่อตรวจสอบว่าบัตรประชาชนใบดังกล่าว มีการทำบัตรใหม่หรือหมดอายุแล้วหรือไม่ ปัจจุบันธนาคารมีคำสั่งให้พนักงานที่รับเปิดบัญชีมีความรอบคอบระมัดระวังมากยิ่งขึ้น โดยพนักงานธนาคารจะต้องมีการสอบถามพูดคุยกับผู้มาเปิดบัญชี เพื่อตรวจสอบข้อมูลทั้งที่อยู่ ที่ทำงาน ตำแหน่ง เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล์ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้มาเปิดบัญชีเป็นเจ้าของบัตรประชาชนจริง ๆ หากมีการตอบอึกอักหรือมีลักษณะการพูดจาน่าสงสัย พนักงานธนาคารมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่อนุญาตเปิดบัญชีได้ โดยตอนนี้ต่างกวดขันให้ตรวจสอบรูปจากบัตรประชาชนกับใบหน้าของผู้ขอเปิดบัญชีให้ถี่ถ้วนยิ่งขึ้น ไม่ให้เกิดกรณีการลอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีดังที่เป็นข่าวอีก