เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีการจัดนิทรรศการศิลปะ “Right to Clean Air-The Exhibition ขออากาศดีคืนมา” หยิบประเด็นภัยร้ายใกล้ตัวที่มองไม่เห็นอย่างปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทยมานำเสนอ โดยมี นายเรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล เป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะขึ้นจากฝุ่นที่รวบรวมมาจากหลากหลายจังหวัดที่มีมลพิษทางอากาศปนเปื้อนสูงในประเทศไทย
น.ส.จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าผลกระทบจากฝุ่นละอองมลพิษในอากาศโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพีเอ็ม 2.5 หรือ 2.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์ ที่มีต่อสุขภาพของผู้คนนั้นถูกเพิกถอนเฉยและละเลยโดยคนจำนวนมาก รวมทั้งรัฐบาล กรีนพีซมุ่งผลักดันให้กรมควบคุมมลพิษยกระดับมาตรฐานคุณภาพอากาศในประเทศไทยให้เข้มงวดยิ่งขึ้นและเรียกร้องให้ ติดตามตรวจสอบฝุ่นมลพิษและนำมาคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาพของประชาชนทุกคน
ล่าสุด มีการกำหนดให้พีเอ็ม 2.5 เป็นต้นเหตุของการก่อมะเร็ง ฉะนั้นสิ่งที่ประชาชนต้องจ่ายคือเรื่องของสุขภาพ ซี่งไม่ได้เพียงแค่ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง แต่ทุกวินาทีที่เราหายใจทุกอากาศที่ปนเปื้อนทำให้ระบบการหายใจมีปัญหา เป็นโรคปอด และสุดท้ายสารที่ก่อมะเร็ง นี่เป็นต้นทุนที่คนไทยต้องจ่าย
“ประเทศ ไทยมีอัตราคนที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรปีละ 50,000 คน เป็นราคาที่เราต้องจ่าย เพราะความเพิกเฉย 2 อย่าง 1. เพิกเฉยไม่เอาค่าพีเอ็ม 2.5 มาคำนวณ ตราบใดที่เราไม่เอามาคำนวน เราจะไม่รู้เลยว่าอากาศบ้านเราเป็นอย่างไร มันอาจจะไม่ใช่สีเขียวอย่างที่คิด แต่อาจเป็นสีเหลือง และถ้าเพิกเฉยต่อไปมันจะกลายเป็นสีส้ม สีแดง 2. เมื่อไม่เอาพีเอ็ม 2.5 มาคำนวณทำให้มาตรฐานการอนุญาตปล่อยมลพิษต่ำกว่าความเป็นจริง ประเทศไทยได้รับสิทธิพิเศษนี้มากกว่าประเทศอื่นตั้งแต่ พ.ศ.2540 เพราะคำว่า ประเทศกำลังพัฒนา ถ้ามีการยกระดับการวัดคุณภาพอากาศโดยใช้ค่าพีเอ็ม 2.5 เป็นดัชนีในการวัด จะทำให้โรงงานอุตสาหกรรมต้องปรับปรุงมาตรฐานไปด้วย”




