เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้นายวิชัย ปั้นงาม นายทุนเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ จังหวัดปทุมธานี เข้ามอบตัว กับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ในข้อหาประกอบธุรกิจ ให้สินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาตและเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
โดยนายวิชัยมีหมายจับของศาลอาญา เมื่อเข้ามอบตัวดีเอสไอ จะนำตัวส่งศาลอาญาในทันทีเพื่อขออำนาจศาลฝากขังและจะคัดค้านการประกันตัว ส่วนจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล
ทั้งนี้ ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น จะนำตัวไปศาลในทันที
ต่อมาที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พ.ต.เอกมล วิชญเนตินัย พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้ควบคุมตัว นายวิชัย มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 -28 มกราคม 2560 เนื่องจากต้องสอบพยานสำคัญในคดีนี้ อีก 20 ปาก ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจประวัติลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา และรอผลสอบสวนขยายผลการกระทำความผิด เนื่องจากมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
โดยคำร้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อระหว่าง เดือนตุลาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน นายวิชัย กับพวกผู้ต้องหาเป็นผู้ครอบครองดูแลเครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยรวมกันเป็นคณะบุคคลชื่อ วี 8 หรือ V 8 มีลักษณะเป็นองค์ธุรกิจขนาดใหญ่ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่หมู่บ้านรัตนโกสินทร์สมโภชน์ 200 ปี ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และมีสาขาทั่วประเทศมากกว่า 86 สาขา พนักงานมากกว่า 2,000 คน รถจักรยานยนต์ที่ใช้ดำเนินการกว่า 1,500 คัน โดยวิธีปล่อยเงินกู้และคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน คิดเป็นร้อยละ 300 ต่อปี ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งสำนักงานใหญ่เป็นสถานที่ควบคุม สั่งการเครือข่ายสาขาทั่วประเทศในการปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมายให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยมีระบบป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในสถานที่สำนักงานใหญ่ มีการดำเนินการลักษณะปกปิดตั้งแต่การรับสมัครพนักงาน โดยผู้สมัครจะต้องรู้จักหรือได้รับการแนะนำจากผู้ที่เป็นพนักงานอยู่ก่อน เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้วจะส่งไปทำงานประจำสาขาต่างๆ ในการปล่อยเงินกู้จะเก็บหลักฐานจากผู้กู้เป็นสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน โดยไม่ทำสัญญาเงินกู้เพื่อ ทั้งนี้จะมีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลรายชื่อลูกหนี้ทั้งหมด รายละเอียดการผ่อนชำระรายวัน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ เกือบทุกจังหวัด โดยมีการทำบัญชี สามารถออนไลน์เชื่อมโยงส่งต่อไปยังบุคคลในองค์กรได้
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ไว้ กระทั่งวันที่ 17 มกราคม 2561 นายวิชัยได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ จึงได้แจ้งข้อหาดำเนินคดี

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นตัวการสำคัญในกลุ่มผู้กระทำความผิดและเมื่อศาลได้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน สามารถเข้าออกนอกราชอาณาจักรได้ตลอดเวลา เกรงว่าหากได้รับการประกันตัวจะหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง
ต่อมาญาติของนายวิชัย ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยฯสาขาศาลอาญาจำนวน 10 ล้านบาทขอปล่อยชั่วคราว
อย่างไรก็ตามศาลพิเคราะห์สภาพแห่งข้อหา และพฤติการณ์การกระทำความผิดตามคำร้องฝากขัง ประกอบกับผู้ต้องหาเข้ามอบตัวภายหลังมีหมายจับเป็นเวลาปีเศษ ในชั้นนี้เห็นควรให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไปพลางก่อน จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวนายวิชัยไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป

