เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 19 มกราคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารณชัย รองผบช.สตม. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนักค้าหนังสือเดินทางปลอมรายใหญ่ และผลการจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวแอฟริกา
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า คดีแรก สตม.ร่วมกับศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.)กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมขบวนการปลอมหนังสือเดินทางมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถจับกุมนักค้าหนังสือเดินทางรายใหญ่เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ขยายไปทั่วโลก และเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการลักลอบไปประเทศที่สาม หรือ แก๊งลูกหมู-ลูกแพะ, แก๊งแฮกเกอร์, แก๊งคอลเซ็นเตอร์, แก๊งโรแม๊นสแกม หรือแก๊งอาชญกรรมข้ามชาติต่างๆมากมาย ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ยังคงลักลอบจำหน่ายหนังสือเดินทางและแผ่นปะวีซ่าปลอมในประเทศไทย โดยจะให้ลูกค้าส่งข้อมูลและเลือกหนังสือเดินทางของประเทศที่ต้องการผ่านอีเมลล์ โดยจะเช่าห้องไว้สำหรับทำหนังสือเดินทางปลอมโดยเฉพาะ ชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบห้องที่ใช้ผลิตหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวและได้เฝ้าดูพฤติกรรมมาโดยตลอด จนกระทั่งจับกุมนายโมฮัมหมัด อิคบาล สัญชาติปากีสถาน อายุ 52 ปี ได้พร้อมของกลางหนังสือเดินทางประเทศอินเดีย 1 เล่ม หนังสือเดินทางประเทศสิงคโปร์ จำนวน 3 เล่ม และอุปกรณ์การผลิตหนังสือเดินทาง โดยจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษี เจริญ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 ม.ค.61
ทั้งนี้ชุดจับกุมได้สืบทราบว่า นายโมฮัมหมัด อิคบาล ได้นัดหมายส่งหนังสือเดินทางปลอมให้กับลูกค้า จึงวางแผนเฝ้าโดยรอบคอนโดมีเนียมของห้องเช่าดังกล่าว จนกระทั่งพบนายโมฮัมหมัด อิคบาล เดินทางออกจากห้องจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุมตัวพบ หนังสือเดินทางประเทศอินเดีย จำนวน 1 เล่ม และสิงคโปร์ จำนวน 3 เล่ม รวมเป็น 4 เล่ม อยู่ในกระเป๋ากางเกง จากการตรวจสอบแล้ว พบว่ามีการเปลี่ยนหน้าข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทางดังกล่าว และมีสติ๊กเกอร์แผ่นปะวีซ่าประเทศแคนาดาปลอมติดอยู่ในหนังสือเดินทางด้วย

จากการสอบถามนายโมฮัมหมัด อิคบาล ยอมรับว่าหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าว เป็นคนทำปลอมขึ้นเอง เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้า ราคาเล่มละ 7,000-8,000 บาท หากหลุดออกไปนอกประเทศจะมีราคาสูงถึงหลักแสนบาท ต่อมาได้เข้าไปตรวจสอบภายในห้องเช่าสามารถตรวจยึดอุปกรณ์การผลิตหนังสือเดินทางหลายรายการ เช่น สติ๊กเกอร์แผ่นปะวีซ่าประเทศแคนาดาปลอม, แผ่นพลาสติกลามิเนตประเทศต่างๆ สำหรับเคลือบหน้าหนังสือเดินทาง, เครื่องคอมพิวเตอร์, เครื่องพริ๊นเตอร์, แฟลชไดร์(ทิ้งอยู่ในชักโครกภายในห้องน้ำ), หลอดไฟแบล็คไลท์, แว่นขยาย, อุปกรณ์ตัดมุมกระดาษ, รูปถ่ายบุคคลพร้อมข้อมูลสำหรับใช้ในการปลอม และของกลางอีกหลายรายการ
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้เป็นนักค้ารายใหญ่อีกคนหนึ่ง หน่วยข่าวความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างเฝ้าจับตามองอยู่ได้ทำการปลอมหนังสือเดินทางมานานกว่า 10 ปี โดยชุดจับกุมได้เฝ้าดูพฤติกรรมมานานมากกว่า 6 เดือนแล้ว ซึ่งนายโมฮัมหมัด อิคบาล เป็นผู้ผลิต เพื่อขายหนังสือเดินทางปลอมที่ทำขึ้นมาใหม่ แตกต่างจากกลุ่มอื่นที่จะนำหนังสือเดินทางจริงมาสวม โดยส่วนใหญ่จะปลอมหนังสือเดินทางของประเทศฝรั่งเศส และอิตาลี ทั้งนี้นายโมฮัมหมัด อิคบาลจะขายหนังสือเดินทางให้กับทุกกลุ่มอาชีพที่ได้สั่งซื้อเข้ามา ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นกลุ่มไอเอส เท่านั้น ทั้งนี้สตม.และ ศรภ.จะร่วมกันสืบสวนขยายผลแหล่งที่มาของหนังสือเดินทาง และผู้ร่วมขบวนการ รวมไปถึงลูกค้าที่ต้องการหนังสือเดินทาง เพื่อทำลายเครือข่ายขบวนการปลอมหนังสือเดินทางให้หมดไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ปลอมหนังสือเดินทาง, มีหนังสือเดินทางปลอมไว้เพื่อจำหน่าย และปลอมแผ่นปะตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ” ก่อนนำตัวส่ง พงส.บก.สส.สตม. ดำเนินคดี และเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายโมฮัมหมัด อิคบาล ด้วย

คดีที่ 2 ได้จับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกม ชาวแอฟริกา ประกอบด้วย 1.นายอีเกเมฟุน่า โอลิเวอร์ อีเบเกว สัญชาติไนจีเรีย อายุ 26 ปี 2.นายโอโกชุกวู อีดู สัญชาติไนจีเรีย อายุ 28 ปี 3.นายโอซาเรติน ไอราโบว์ สัญชาติไนจีเรีย อายุ 36 ปี 4.นายวิตุส นาโวเคโมโด สัญชาติไนจีเรีย อายุ 31 ปี และ5.นายจอห์น เอ็นจิ สัญชาติแคเมอรูน อายุ 30 ปี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีชาวต่างชาติที่รู้จักกันทางโปรแกรมเฟซบุ๊กถูกควบคุมตัวอยู่สนามบิน จากการตรวจสอบแล้วไม่พบมีการควบคุมแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าเป็นแก๊งโรแมนซ์สแกม จึงได้ทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมได้หลายแก๊งที่ผ่านมา และครั้งนี้ได้ขยายผลเพิ่มเติมจึงสามารถจับกุม นายอีเกเมฟุน่า กับพวกชาวไนจีเรีย รวม 4 คน ได้ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซ.ลาดพร้าว 134 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.61 พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 5 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง
ทั้งนี้ระหว่างการเข้าตรวจสอบชาวไนจีเรียกลุ่มดังกล่าว ได้พยายามใช้เชือกโรยตัวออกจากระเบียงหลังห้อง เพื่อหลบหนีการจับกุมของชุดจับกุม ซึ่งบางส่วนสามารถหลบหนีไปได้ ซึ่งเชือกที่ใช้โรยตัวหลบหนีได้ถูกเตรียมไว้เพื่อใช้หลบหนีโดยเฉพาะ จากการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คพบข้อมูลโปรไฟล์เฟซบุ๊กที่ใช้ในการหลอกลวงผู้อื่น และมีข้อมูลการคุยบางส่วนซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการขยายผล ต่อมาได้ขยายผลจนสามารถจับกุมเพิ่มเติมคือ นายจอห์น สัญชาติแคมเมอรูน เมื่อวันที่ 15 ม.ค.61 ที่คอนโดมีเนียมแห่งหนึ่ง ถ.ป๊อปปูลา 4 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี สามารถตรวจยึด คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง, บัตรอิเลคทรอนิคส์ 2 ใบ และสมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม
อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่ยอมให้การใดๆ แต่จากการตรวจสอบข้อมูลภายในเครื่องคอมพิมเตอร์โน๊ตบุ๊ค พบข้อมูลภาพถ่ายต่างๆ ที่เชื่อว่าเป็นแก๊งโรแมนซ์สแกม เบื้องต้นได้จับกุมในข้อหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จำนวน 3 คน และเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 2 คน” ก่อนนำตัวส่ง พงส.บก.สส.สตม. และจะทำการขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงฉ้อโกงต่อไป

