เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่ห้องประชุม ศปก.สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.เสนิต สําราญสํารวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมตำรวจ บช.ทท. บก.สปพ. และ สน.ห้วยขวาง แถลงจับกุมนายงา ฮิงก์ อายุ 47 ปี นายโล ชุก มุน อายุ 74 ปี นายชิว งัน อายุ 76 ปี และนายลี คิน เชน อายุ 61 ปี ทั้งหมดสัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลางกว่า 28 รายการ อาทิ ธนบัตรสกุลดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์สหรัฐ เงินสกุลริงกิตมาเลเซีย สกุลเงินไทย โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา และธนบัตรดอลลาร์ปลอม ภายหลังร่วมกันหลอกลวงคนไทยให้ร่วมทำธุรกิจด้วยกันแล้วชักชวนเล่นการพนันจนสามารถหลอกลวงเงินจากผู้เสียหายกว่า 17,850,000 บาท โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้องพักในโรงแรมอารยัน สวีท ซอยรัชดาภิเษก 17 แขวงและเขตดินแดง

น.ส.สวิชญา ตรัสจำนงค์ อายุ 56 ปี เจ้าของศูนย์ฟื้นฟูสภาพผม “สเพร้าท์” ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงประกาศขายรีสอร์ต เนื้อที่ 3 ไร่ ใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ของตนตามหน้าหนังสือพิมพ์ ลงทุนไป 18 ล้านบาทแต่จะขายในราคา 12 ล้านบาท ต่อมามีนายแอนดรูว์ ทราบชื่อภายหลังนายงา ฮิงก์ หนึ่งในผู้ต้องหาโทรศัพท์มาหาทำทีเป็นสนใจในรีสอร์ตที่ตนจะขาย หลังจากนั้นวันที่ 27 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมามีการนัดนายแอนดรูว์ให้มาดูโฉนดและภาพถ่ายรีสอร์ตที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ก่อนแยกย้ายกันไป ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 ขณะที่ตนกลับไปดูรีสอร์ตที่จะขาย นายแอนดรูว์ได้โทรศัพท์มาหาพร้อมบอกว่าให้มารับที่สนามบินเชียงใหม่เพื่อไปดูสถานที่ ตนได้ดูแลนายแอนดรูว์เป็นอย่างดี ทั้งที่พัก อาหารการกิน รวมถึงพาเที่ยว เพราะเห็นว่าเป็นลูกค้าที่จะมาซื้อรีสอร์ต จากนั้นวันที่ 17 มกราคม 2561 มีการนัดหมายวางเงินมัดจำ 10% จากราคาขาย ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนรัชดาภิเษก ได้พาขึ้นไปคุยกันที่ห้องวีไอพีภายในโรงแรมดังกล่าว

น.ส.สวิชญากล่าวว่า เมื่อเข้าไปในห้องพบนายฟิลลิป หรือนายลี คิน เชน อ้างว่าเป็นลุงของนายแอนดรูว์ ทำธุรกิจน้ำมันปาล์ม และนายโล ชุก มุน (ทราบชื่อภายหลังจับกุม) ทั้งหมดเป็นชาวมาเลเซียนั่งอยู่ในห้อง และตนจำได้ว่าได้ดื่มน้ำที่อยู่ในห้องไป 1 แก้วก่อนจะมีอาการมึนศีรษะ ก่อนที่ 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาชักชวนให้เล่นการพนันโดยมีการนำเงินสกุลดอลลาร์ออกมาให้ดู ตอนแรกตนปฏิเสธไป และได้ขอตัวกลับก่อน แต่กลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่าให้รอนายลี พี่ชายนายแอนดรูว์มาก่อน ด้วยอาการมึนบวกกับต้องการที่จะขายรีสอร์ตจึงยอมรออยู่ด้วย แต่ด้วยการรบเร้าต่างๆ นานา ทำให้ตกลงเล่นการพนันด้วยเพื่อเป็นการคร่าเวลา โดยกลุ่มผู้ต้องหาระบุว่าต้องร่วมลงทุน ขณะนั้นตนมีเงินติดตัวไม่มากนายแอนดรูว์จึงพาตนลงไปกดเงินและเบิกเงินออกมาจากธนาคาร 850,000 บาท รวมกับเงินที่ตนเก็บไว้ในรถซึ่งเป็นเงินที่ใช้หมุนเวียนในการทำธุรกิจอีก 3 ล้านบาท ตนจำไม่ได้ว่าเอาขึ้นมาทำไม ต่อมานายชิว งัน ที่อ้างว่าเป็นพี่ชายนายแอนดรูว์เดินทางมาถึงใช้เวลาไม่นานเงินจำนวนทั้งหมดเสียไปกับการพนัน อีกทั้งตนยังเป็นหนี้เพิ่มอีกกว่า 328,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นได้แยกย้ายกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานายแอนดรูว์ได้โทรศัพท์มาบอกให้โอนที่รีสอร์ตเพื่อเป็นการใช้หนี้ที่ติดไว้ โดยมีการข่มขู่ต่างๆ นานาจนทนไม่ไหว ตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกวาดล้างแก๊งต้มตุ๋นชาวต่างชาติ ถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ในกรณีนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยอ้างว่ารู้จักกับผู้เสียหายจริง แต่ไม่ได้หลอกลวงผู้เสียหาย อีกทั้งไม่ได้นำเงินจำนวน 3 ล้านบาทของผู้เสียหายไป พร้อมฝากเตือนประชาชนถึงพฤติกรรมชาวต่างชาติที่เข้ามาหลอกลวงประชาชน ส่วนใหญ่จะทำทีเป็นเจ้าของธุรกิจต่างๆ แต่งตัวดี น่าเชื่อถือ ติดต่อเข้ามาขอซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ก่อนชักชวนเล่นการพนัน ทำให้เหยื่อตกเป็นหนี้ หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวงให้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีต่อไป

