“We Walk เดินมิตรภาพ”ยื่นศาลปกครองคุ้มครองสิทธิชุมนุมเดินจากปทุมธานีไปขอนแก่น(คลิป)

22.01.18 | 16:58 น.
นายนิมิตร์ เทียนอุดม (เสื้อสีครีม) แกนนำ เครือข่ายพีเพิล โก เน็ตเวิร์ค ฟอรั่ม พร้อมด้วยตัวแทน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ เครือข่ายพีเพิล โก เน็ตเวิร์ ฟอรั่ม นำโดยนายนิมิตร์ เทียนอุดม พร้อมด้วยตัวแทนจากคณะเดินเท้าในกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ” และนายสุรชัย ตรงงาม ทนายความมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม ยื่นฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ,ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ,ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหัวพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-4 ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ยุติการดำเนินการใดๆที่มีลักษณะเป็นการปิดกั้น ในการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของทางเครือข่ายที่จะเดินเท้าจากจังหวัดปทุมธานีถึงจังหวัดขอนแก่น และสั่งให้ สตช. สั่ง ผู้ถูกฟ้องที่ 2-4 ดูแลการชุมนุมและอำนวยความสะดวกให้ทางเครือข่าย จนกว่าจะสิ้นสุดการชุมนุมเเละขอให้คุ้มครองสิทธิเเละยุติการกระทำใดๆที่จะขัดขวางการชุมนุมเเละอนุญาตให้มีการเดินเท้าได้50-100คนตาม พ.ร.บ.การชุมนุมพร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิในการชุมนุม การถูกตรวจค้น ควบคุมตัวโดยพลการ เป็นเงิน 100,000 บาท และขอให้ศาลมีการไต่สวนฉุกเฉินและขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

โดยนายสุรชัย กล่าวว่า เครือข่ายเริ่มเดินตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม แต่ถูกปิดกั้นและขัดขวาง ในการใช้เสรีภาพการชุมนุม เครือข่ายจึงฟ้องร้องต่อศาลปกครอง โดยผู้ถูกฟ้องทั้งหมดเป็นผู้ดูแลการชุมนุม ข้อหาละเมิดเสรีภาพการชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีพฤติการณ์คือในวันที่ 20 มกราคม มีการปิดกั้นการเดินเท้าของเครือข่าย ตามแผนการที่มีการแจ้งไว้ และมีพฤติการณ์กดดันข่มขู่ ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว ในการใช้สิทธิและเสรีภาพการชุมนุม เห็นว่าสิทธิเสรีภาพการชุมนุมเป็นเรื่องสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การดำเนินการขัดขวางการชุมนุมที่ผ่านมา เป็นการละเมิดเสรีภาพการชุมนุมอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าการเดินครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกระทำผิดตามคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ทั้งนี้การที่ตำรวจมองว่าการขายเสื้อ i-law และการรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอให้ยกเลิกคำสั่งคสช.ที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพนั้น เป็นการชุมนุมทางการเมืองเห็นว่าหากคิดอย่างนั้นคำสั่ง คสช.ดังกล่าว น่าจะมีปัญหา และไม่สามารถตีความอย่างกว้างขวางได้

นายนิมิตร์ กล่าวว่า ก่อนการทำกิจกรรมครั้งนี้ได้มีหนังสือยื่นแจ้งการชุมนุมดังแล้ว เป็นการดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำตาม พ.ร.บ.การชุมนุม มาโดยตลอด และมีการสื่อสารกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด เชื่ออย่างเต็มเปี่ยมว่าเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้แล้ว มีสิทธิและเสรีภาพที่จะแสดงออก มีสิทธิที่จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกับรัฐบาล ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ไม่เข้าใจว่าก่อนการชุมนุมได้ยื่นเอกสารแจ้งการชุมนุมที่ชัดเจน และมีการชี้แจงรายละเอียดการทำกิจกรรมว่าจะมีการเดินไปที่ไหนอย่างไร ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนจะเข้าไปร่วมทางการเมือง ซึ่งตนคิดว่าการปิดกั้นการใช้เสรีภาพแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูก ดังนั้นเราจะต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงจึงต้องมาพึ่งอำนาจศาลปกครอง และหลังจากที่เริ่มเดินแล้ว มีการประสานงานกับทางวัดตามเส้นทางเดินเพื่อขอนอน ซึ่งตอนแรกทุกวัดก็ยินดีที่จะให้ไปพักค้างคืน แต่หลังจากนั้นกลับมีทหารและตำรวจเข้าไปภายในวัด แล้วข่มขู่เจ้าอาวาสวัด ว่าอย่ามายุ่งในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะมีปัญหา ถือเป็นการคุกคามการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างวัดกับประชาชนถูกทำลาย

“เดิมที่ตั้งใจตามแผนจะเดิน 50-100 คน แต่ไม่สามารถทำได้ ขณะนี้จึงปรับเป็นการเดินเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คนแทน ซึ่งเราจะพยายามเดินให้ถึงจังหวัดขอนแก่นให้ได้ จะอุ้มก็อุ้ม แต่ถ้าตอนนี้จะมีวัดไหนที่ช่วยเหลือให้ที่พักอาศัยได้ ก็อาจจะมีการจัดเวทีพูดคุยกับชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้ถึงจังหวัดสระบุรีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคืนนี้ยังไม่รู้ว่าจะนอนไหน และถ้าเข้าไปนอนแล้วก็ยังไม่รู้ว่าตอนเช้าจะได้ออกมาไหม”นายนิมิตร์ กล่าว

Advertisement