หน้าแรก ในประเทศ โจ๋โหด! ดักตี...

โจ๋โหด! ดักตีเด็ก 13 ปี ไม่ยั้ง สาหัสปางตาย เลือดออกในสมอง กะโหลกร้าว แม่วอนตร.เร่งล่าตัว

22.01.18 | 18:01 น.

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ผู้สื่อข่าวปได้รับร้องเรียนจากนางสาวกาญจนา ชาว จ.สุรินทร์ ให้ช่วยนำเสนอข่าวเพื่อเตือนภัยสังคมและช่วยเร่งรัดให้ จนท.ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวแก๊งค์วัยรุ่นโหดที่ดักรุมตีลูกชายจนเลือดคั่งในสมองและกะโหลกร้าวอาการสาหัส หลังลูกชาย ซึ่งเป็นเยาวชน อายุ 13 ปี  ถูกแก๊งค์วัยรุ่นดังกล่าวดักทำร้ายร่างกาย ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ป้ายแดง ขขข-212 สภ.เมืองสุรินทร์ ซ้อนมากับเพื่อน เพื่อเดินทางกลับ เมื่อเวลา 01.00 น.ของวันที่ 20 ม.ค.61 โดยจุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณถนนสุรินทร์-กระสัง ใกล้กับ 4 แยกตัดใหม่คอโค ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ โดยแก็งค์วัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นสกุ๊ปปี้สีขาวและ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับตามมาด้วยกัน ประมาณ 5-6 คน ซึ่งเด็กชายผู้เคราะห์ร้าย หลังถูกรุมทำร้าย ถูกนำตัวส่งรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สุรินทร์ ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันสามารถวิ่งหนีเอาตัวรอดไปได้ ขณะที่นางสาวกาญจนา ไตรรัตน์ มารดาเด็กชายเคราะห์ร้ายได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองสุรินทร์ พร้อมได้โพสต์ภาพและข้อมูลลงเพจเฟสบุ๊คต่างๆรวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ เพื่อช่วยให้ประชาชนที่ทราบข้อมูล ช่วยแจ้งเบาะแสอีกทางด้วย


จากนั้นวันนี้ เวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังอาคาร 9 ขั้น 4 หอผู้ป่วยศัลยกรรมเด็ก รพ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับนางสาวกาญจนา ไตรรัตน์ มารดาของเด็กชายเคราะห์ร้าย และ นายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผอ.รพ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามอาการของเด็กชายเคราะห์ร้าย

โดยนางสาวกาญจนา  มารดาของ ด.ช.เคราะห์ร้าย เปิดเผยว่า ตามที่เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า เหงาคิดถึงรอ ได้ลงรายละเอียดไว้ ซึ่งน้องได้ไปกับเพื่อนคนหนึ่ง ลูกชายขับข้างหน้าโดนไม้ฟาดเข้าที่หน้า แล้วโดนก้อนหินขว้าง ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุมักจะเกิดเหตุขึ้นประจำ ซึ่งอีกคนไม่เป็นไรแค่เข่าถลอก เพราะกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งเข้าป่าข้างทาง แต่ลูกของตนอาการหนัก เพราะโดนไม้ฟาดเข้าที่หน้าแล้วล้มลง กะโหลกแตก อาการล่าสุดมีเลือดคลั่งในสมอง 1 จุดใหญ่และ 2 จุดเล็ก อาการยังไม่ดีขึ้น ก็อยากฝากให้ตำรวจช่วยไปดูแลและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากกลุ่มที่ก่อเหตุ ได้พากันก่อเหตุบ่อยมาก

นางสาวกาญจนา กล่าวค่อว่า  ลูกชายไปกินข้าวที่บ้านเพื่อนและเล่นเกมส์ ก็กลับบ้านดึกนิดหนึ่งในคืนที่เกิดเหตุ และ เพิ่งไปเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ซึ่งชาวบ้านในละแวกนั้นไม่มีใครกล้าผ่านไปมาบริเวณนั้น โดยลูกชายได้ไปกับเพื่อนชื่อกล้า ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ กลุ่มที่ลงมือก่อเหตุจะพากันมาดักทำร้ายผู้คนประจำเหมือนประกาศโชว์ศักดาตนเอง ซึ่งจะเป็นกลุ่มเด็กแว้น รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาเป็นสกูปี้สีขาวนั่งอัด 3 กันมา และรถจักรยานยนต์เวฟ สีดำแดง นั่ง 3 คน ตามกันมา มาก่อเหตุรุมทำร้ายลูกชายตนเพียงคนเดียวใช้ไม้ฟาดที่หน้า จนล้มลงกับพื้นและสลบไป และเพื่อนลูกชายอีกคนที่อยู่ด้านหน้าชื่อยูโร หันมาเห็นเพื่อน พบกลุ่มผู้ก่อเหตุต่างพาลงมือซ้อมต่อ แม้ว่าลูกตนจะสลบไปแล้ว โดนบีบที่คอและชกเข้าที่ตา ใบหน้า จนสภาพเจ็บสาหัสอย่างที่เห็น เป็นสิ่งที่อำมหิตเกินคน มีชาวบ้านบอกว่ากลุ่มวัยรุ่นที่มักจะรวมตัวกันแว้นรถและก่อเหตุเป็นประจำมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ เป็นกลุ่มบ้านคอโคและบ้านละเอาะ ซึ่งอยู่ในระแวกนั้น ก่อนที่จะเกิดกับลูกตนเอง ก็มีเหตุคนถูกดักทำร้ายบ่อยครั้งที่จุดดังกล่าวทั้งบาดเจ็บและถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตมาแล้ว

Advertisement

สำหรับอาการลูกชายตนขณะนี้ถือว่ายังสาหัส ต้องคอยดูว่าเลือดที่ออกจากศีรษะบริเวณกะโหลกร้าว หากซึมออกมาอีกก็จะต้องได้รับการผ่าตัด ก็อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยดูแลบริเวณดังกล่าวด้วย เนื่องจากว่าเกิดเหตุบ่อยครั้งมากและให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีตามจับกลุ่มที่ลงมือทำร้ายลูกชายตนมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด นางสาวกาญจนาฯกล่าว

ด้าน นายแพทย์ประวีณ ตัณฑประภา ผอ. รพ.สุรินทร์ กล่าวว่า หมอทางสมองได้ตรวจเอ็กซเรย์ทางคอมพิวเตอร์ พบว่ามีเลือดออกในสมอง ด้านข้างของสมอง และเลือดออกในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า เด็กมีอาการปวดหัวและอาเจียน หลังเข้ามารักษาที่ รพ.พยาบาล ก็รักษาอย่างประคับประคอง เนื่องจากว่าเลือดออกไม่มาก หลังจากประคับประคองแล้วอาการก็เริ่มดีขึ้น เพียงแต่ว่าขณะนี้ มีอาการวิงเวียนศีรษะ ถ้าลุกขึ้นมานั่งก็มีอาเจียนอยู่ ซึ่งก็เป็นระยะแรกของการรักษา ขั้นตอนต่อไป ก็จะรักษาด้วยการดูอาการก่อน ถ้ามีเลือดออกเพิ่มขึ้น เราถึงจะต้องผ่าตัด แต่ถ้าไม่มีเลือดออกเพิ่มขึ้น เลือดออกน้อยลงเรื่อยๆ ปกติก็จะรักษาด้วยการใช้ยา เราจะดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ก็ถือว่าอาการสาหัส เพราะถึงขั้นกระทบกระเทือนและเลือดออกในสมอง นายแพทย์ประวีณฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามยัง พ.ต.ท.รัฐพงษ์ พรมมี สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามกลุ่มที่ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน และรู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นเยาวชน และอยู่ระหว่างออกหมายเรียกตัวให้มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งชุดสืบสวนก็ได้มีการเฝ้าจับตาประกบกลุ่มดังกล่าวอยู่ และในช่วงกลางคืนก็จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปสอดส่องตรวจตราถนนเส้นดังกล่าวให้บ่อยขึ้น